posttoday
“จุลพันธ์” คอนเฟิร์ม กฤษฎีกาตอบกลับ ปมกู้เงินดิจิทัลวอลเล็ต ต้นม.ค.67

“จุลพันธ์” คอนเฟิร์ม กฤษฎีกาตอบกลับ ปมกู้เงินดิจิทัลวอลเล็ต ต้นม.ค.67

19 ธันวาคม 2566

รมช.คลัง ยืนยันกฤษฎีกาตอบกลับปมกฎหมายกู้เงิน 5 แสนล้านบาท ทำดิจิทัลวอลเล็ต ภายในต้น ม.ค.67 มั่นใจผ่านฉลุยไม่ขัดกฎหมาย ย้ำ 4 ปี จีดีพีโต 5% หนี้สาธารณะลดเหลือ 60% จากปัจจุบัน 62% ต่อจีดีพี

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท หลังจากที่ได้มีการส่งคำถามเกี่ยวกับการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงินวงเงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว ว่า ได้มีการสอบถามจากเลขาธิการกฤษฎีการแล้ว ขณะนี้เตรียมจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่12 ซึ่งจะมีการประชุมอย่างต่ำ 2 ครั้ง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นในช่วงต้นเดือน ม.ค. 2567 กฤษฎีกาจะส่งคำตอบกลับมาที่กระทรวงการคลังว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ 

 

ทั้งนี้ ส่วนตัวยังมั่นใจว่ากฎหมายจะผ่านชั้นกฤษฎีกาไปได้ มั่นใจว่าโครงการนี้จะต้องเกิดและเดินหน้าต่อไปได้แน่นอน ซึ่งกระบวนการหลังจากกฤษฎีกาตอบกลับมาแล้ว ก็จะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องมาวิเคราะห์ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันมีสภาวะเข้ากับองค์ประกอบหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องวิกฤตหรือไม่วิกฤต โดยหากรัฐบาลวิเคราะห์แล้วว่าเข้าองค์ประกอบก็เดินหน้าโครงการต่อทันที ส่วนจะมีใครตรวจสอบในสิ่งที่รัฐบาลวิเคราะห์ หรือที่รัฐบาลสินใจก็เป็นไปตามอำนาจหน้าที่

 

“หลังจากกฤษฎีกาส่งคำตอบกลับมาแล้วก็ต้องมาดูในรายละเอียดของคำตอบก่อนว่ามีอะไรบ้าง โดยคำถามที่ส่งไป คือ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งหากคำตอบว่าชอบด้วยกฎหมาย ขั้นตอนของการยกร่าง พ.ร.บ. จะไม่นาน ใช้เวลาสั้น ๆ และส่งไปให้กฤษฎีกาตรวจร่าง และทำองค์ประกอบอื่น ๆ ให้ครบถ้วนตามที่กฤษฎีกา หรือใครก็ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตมา เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังจากนั้นส่งเรื่องกลับมาเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเข้าสู่สภา ซึ่งหากกระบวนการเป็นไปตามนี้ ยังเชื่อมั่นว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทจะเดินหน้าได้ตามกรอบเดิมคือ ช่วง พ.ค. 2567” นายจุลพันธ์ กล่าว

 

สำหรับเรื่องเศรษฐกิจวิกฤตหรือไม่วิกฤตนั้น คลังไม่ได้ส่งคำถามไปที่กฤษฎีกา เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของกฤษฎีกา และเชื่อว่ากฤษฎีกาก็คงจะไม่ตอบ เพราะกฤษฎีกามีหน้าที่วินิจฉัยในเรื่องของกฎหมายเท่านั้น ส่วนหลังจากนี้หากมีขั้นตอนหรือหน่วยงานไหนสอบถามเข้ามาถึงเรื่องเศรษฐกิจวิกฤตหรือไม่เพื่อไปประกอบความเห็นใด ๆ นั้น กระทรวงการคลังก็พร้อมทำข้อมูลส่งไปตามความเป็นจริง

 

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลยืนยันว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในขณะนี้ไม่ดี ทุกคนเห็นตรงกันจากตัวเลขเศรษฐกิจ ซึ่งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ รายงานที่ประชุม ครม. โดยระบุว่าตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 3/2566 ขยายตัวเพียง 1.5% สะท้อนชัดเจนว่าสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นอย่างไร 

 

ส่วนเรื่องที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องหนี้สาธารณะจะเพิ่มสูงขึ้นจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทนั้น รัฐบาลยืนยันว่า หนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นทันที เพราะจะมีกระบวนการบริหารจัดการอยู่ โดยในรายละเอียดคือ หนี้จะเกิดขึ้นหลังจากมีการขึ้นเงินจากโครงการ ซึ่งหมายความว่าเกิดขึ้นหลังจากกระบวนการกระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนเวียน ซึ่งหมายความว่าเศรษฐกิจจะมีการเติบโตขึ้น เมื่อเศรษฐกิจโตขึ้นก็จะไปลดภาระของหนี้สาธารณะต่อจีดีพีให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

“รัฐบาลไม่ได้ห่วงในเรื่องประเด็นหนี้สาธารณะมากนัก เพราะจะอยู่ในกรอบที่บริหารจัดการได้ และอยู่ภายใต้กรอบ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ซึ่งปัจจุบันหนี้สาธารณะอยู่ที่ราว 62% กว่าต่อจีดีพี ถ้าเราคงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยที่ 5% และเมื่อรวมกับการขาดดุลงบประมาณประจำปีแล้ว หนี้สาธารณะจะลงไปต่ำกว่า 62% ต่อจีดีพี ไปอยู่ที่ระดับ 60% ต่อจีดีพีได้ไม่ยากนัก ภายในระยะเวลา 4 ปีของรัฐบาล ซึ่งโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทก็จะเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐที่จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ” นายจุลพันธ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน