
ค่ายอสังหาฯ ชักธงรบ ผุด โครงการใหม่ ชิงแสนล้าน
ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างทยอยประกาศแผนการดำเนินงานปีนี้ หลังจากที่ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาล้วนเป็นบวก
ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างทยอยประกาศแผนการดำเนินงานปีนี้ หลังจากที่ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาล้วนเป็นบวก
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างทยอยประกาศแผนการดำเนินงานปีนี้ หลังจากที่ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาล้วนเป็นบวกแม้จะได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองในประเทศและวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่กระหน่ำ แต่บรรดาผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่างมีตัวเลขผลการดำเนินงานที่ดีกันถ้วนหน้า และประเมินกันว่าตัวเลขการขายจะพุ่งสูงขึ้นได้อีกในไตรมาสแรกของปีนี้ เพื่อส่งท้ายมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 28 มี.ค. 2553
ขณะที่ภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพ??์ในปีนี้หากเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 3% โดยมีงบลงทุนจากโครงการไทยเข้มแข็งเป็นตัวกระตุ้น ขณะที่การลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์เริ่มเป็นรูปธรรม ราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัวดีขึ้น ตลอดจนอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในระดับต่ำ ผนวกกับแรงหนุนจากมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมโอนและภาษีธุรกิจเฉพาะ ตลอดจนมาตรการสนับสนุนโครงการบ้านและคอนโดบีโอไอ ประเมินกันว่าจะทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นบวกไม่ต่ำกว่า 5%
บิ๊กชนบิ๊กชิงบัลลังก์แชมป์
เมื่อตลาดบ้านส่งสัญญาณในทางบวก ทำให้ความเคลื่อนไหวลงทุนใหม่จึงเป็นไปด้วยความคึกคัก บริษัทใหญ่ๆ หลายบริษัทก็ประกาศแผนการลงทุนกันแล้ว โดยเฉพาะ พฤกษา เรียลเอสเตท ที่กลายเป็นบริษัทที่น่าจะลงทุนสูงสุด โดยคาดว่าจะเปิดตัวโครงการใหม่ในปีนี้?ีกไม่ต่ำกว่า 48 โครงการ คิดเป็นมูลค่าถึง 4 หมื่นล้านบาท กระจายครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ต่างจังหวัด และต่างประเทศ
พร้อมๆ กับการปรับตัวอีกครั้งด้วยการรีแบรนด์ทุกแบรนด์ในร่มของพฤกษาใหม่ หวังที่จะรักษาแชมป์ในกรณีที่ปีที่ผ่านมามียอดขายแซงหน้าแชมป์เก่า แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หรือเป็นการท้าชิงเต็มรูปแบบในกรณีที่ยังครองอันดับ 2 อยู่
ขณะที่ บิ๊กแบรนด์อสังหาฯ รายอื่นๆ ก็วางแผนลงทุนมูลค่าค่อนข้างสูงระดับตั้งแต่ 1-2 หมื่นล้านบาทกันทั้งนั้น อาทิ เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จะเปิดตัวโครงการใหม่ 10-20 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 1.5-2 หมื่นล้านบาท ควอลิตี้เฮ้าส์ 13 โครงการ มูลค่า 1.56 หมื่นล้านบาท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ลงทุน 10 โครงการ มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท รวมๆ แล้วมีโครงการใหม่มูลค่ารวมกันนับแสนล้านบาท
เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในโครงการประเภทคอนโดมิเนียมมากขึ้นตามเทรนด์ตลาดที่คอนโดมิเนียมกำลังเป็นที่ต้องการ เพราะปีนี้ตลาดคอนโดมิเนียมยังไปได้ดี แม้จะมีซัพพลายออกมาเพิ่มขึ้น ขณะที่ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เจ้าของคอนโดแบรนด์เดอะรูม และเดอะแบงค็อก ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้โหมบุกตลาดมากนัก ก็จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนคอนโดมิเนียมมากขึ้น
ก่อนหน้านี้นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ วิเคราะห์ว่า ตลาดคอนโดมิเนียมในปีที่ผ่านมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก สาเหตุหลักมาจากคนรุ่นใหม่เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อบ้านหลังแรกจากทาวน์เฮาส์มาเป็นคอนโด และคาดว่าในปีนี้คอนโดยังจะได้รับความนิยมและน่าจะมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 50% ของยอดที่อยู่อาศัยจดทะเบียนใหม่ทั้งปี โดยในส่วนของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จะเปิดโครงการคอนโดใหม่เพิ่ม 4-5 โครงการ คิดเป็นสัดส่วนลงทุน 20% จากปัจจุบันไม่ถึง 10%
คอนโดเปิดใหม่ทะลักตลาด
ด้านนายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 6-8 โครงการ โดยในไตรมาสแรกบริษัทจะเปิดตัว 3 โครงการใหม่ ได้แก่ ลุมพินี คอนโดทาวน์ บางแค ลุมพินี เพลส พระราม 9 เฟส 2 ลุมพินี เพลส พหล-รัชดาฯ ซึ่งเป็นโครงการที่เพิ่งซื้อที่ดินมาจากบริษัท เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ รวมมูลค่ากว่า 6,100 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทจะเริ่มขยายการลงทุนไปในต่างจังหวัด โดยเตรียมเปิดโครงการแรกที่พัทยา ในราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท จากนั้นจะพิจารณาเปิดโครงการใหม่ๆ ในทำเลที่มีศักยภาพต่อไป
ในปีนี้จะมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายไม่ต่ำกว่า 5-6 หมื่นหน่วย ขยายตัวจากปีที่ผ่านมาที่มีคอนโดมิเนียมเปิดขายประมาณ 2.5 หมื่นหน่วย หรือเพิ่มขึ้นกว่า 100% เนื่องจากปีที่ผ่านมามีโครงการเปิดตัวน้อย แต่อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปี 2550 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดคอนโดมิเนียมบูม
ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้มีโครงการอาคารชุดเปิดตัวมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมตลาดบ้านบีโอไอ ที่เป็นตัวผลักดันตลาดคอนโดมิเนียมระดับล่างให้มีการพัฒนามากขึ้น
สำหรับในปีนี้เชื่อว่าการแข่งขันในตลาดคอนโดมิเนียมรุนแรงขึ้น และยังต้องระวังในเรื่องของต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจและการเมืองยังถือเป็นปัจจัยที่เสี่ยงอยู่ในปีนี้
ปรับตัวรับแข่งเดือด
ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือ บริษัทอสังหาริมทรัพย์แต่ละบริษัทได้พยายามปรับตัวหาเซ็กเมนต์ใหม่ๆ เสริมเซ็กเมนต์เดิมที่มีอยู่แล้ว หรือการขยายการลงทุนไปในต่างจังหวัดเพื่อขยายฐานตลาดให้กว้างขึ้น ลดความเสี่ยงในสถานการณ์ที่การแข่งขันรุนแรงขึ้น
ขณะที่ นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดโครงการเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 10 โครงการ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยขณะนี้ได้จัดซื้อที่ดินรองรับการพัฒนาแล้ว 7 โครงการ เป็นคอนโดมิเนียม 3 โครงการ และบ้านจัดสรรอีก 4 โครงการ นอกจากนี้จะขยายการลงทุนไปพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดที่ จ.เชียงใหม่ โดยที่เชียงใหม่มีแผนว่าจะลงทุนในปีหน้า 2 โครงการ ขณะที่ซื้อที่ดินได้แล้ว 1 โครงการ เป็นโครงการในเขต อ.เมือง จับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-สูง
ทั้งนี้ การไปลงทุนในเชียงใหม่เป็นการขยายโอกาสในการลงทุน แม้ว่า จ.เชียงใหม่ จะเป็นพื้นที่ที่ทำตลาดค่อนข้างยาก แต่บริษัทก็พยายามที่จะเลือกทำในตลาดที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด และพัฒนาโครงการขนาดเล็กเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 25% โดยมีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ 12 โครงการ มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 8 โครงการ มูลค่า 7,500 ล้านบาท พร้อมกับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมแนวสูงและแนวราบ ใกล้รถไฟฟ้า บีทีเอสและเอ็มอาร์ที 4 โครงการ มูลค่าประมาณ 3,600 ล้านบาท และคาดว่าภายใน 3 ปีจะมีรายได้ 1 หมื่นล้านบาท
นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า ในปีนี้จะเปิดตัวโครงการใหม่ 6-7 โครงการ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,183 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 30% ประกอบด้วย โครงการบ้านเดี่ยวแบรนด์ใหม่ แลนซิโอ 3 โครงการ ระดับราคา 3-5 ล้านบาท เจาะกลุ่มคนอายุ 30-45 ปี โครงการไลโอ ทาวน์เฮ้าส์ ระดับราคา 1.5-2.5 ล้านบาท 3-4 โครงการ เจาะกลุ่มคนอายุ 25-35 ปี และอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อจะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 1 แห่ง ความสูงไม่เกิน 8 ชั้น มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องทำเล ขณะเดียวกันบริษัทได้เตรียมใช้งบซื้อที่ดินในปีนี้อีก 500-600 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินรอการพัฒนาโครงการในปี 2554
ดูจากแผนการลงทุนของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แล้ว แม้ว่าปีนี้เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างเปราะบาง ธุรกิจอื่นอาจจะยังลังเลที่จะลงทุนใหม่ แต่ในภาคธุรกิจอสังหาริมรัพย์นั้น เปิดฉากได้อย่างดุเดือดเข้มข้นชนิดห้ามกะพริบตา







