posttoday
กรุงศรี ออโต้ ขับเคลื่อนองค์กรสู่ RO ส่งต่อนวัตกรรมถึงลูกค้า

กรุงศรี ออโต้ ขับเคลื่อนองค์กรสู่ RO ส่งต่อนวัตกรรมถึงลูกค้า

29 ตุลาคม 2566

ในยุคหลังวิกฤตโควิด-19 ไม่เพียงแค่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคบนโลกดิจิทัลจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กรุงศรี ออโต้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านกฎเกณฑ์และข้อบังคับใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้นในสังคม

ในยุคหลังวิกฤตโควิด-19 ไม่เพียงแค่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคบนโลกดิจิทัลจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กรุงศรี ออโต้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านกฎเกณฑ์และข้อบังคับใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้นในสังคม ทำให้ กรุงศรี ออโต้ ต้องมี Winning Mindset ให้สามารถปรับตัวปรับใจ (Adapt) มีวิธีและกระบวนการทำงานใหม่ เพื่อให้องค์กร ตอบสนองอย่างว่องไว (Respond) ได้ทันท่วงทีและรวดเร็วกว่าเดิม สู่การเป็น Responsive Organization (RO) ด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยืดหยุ่น เน้นสร้างคุณค่าผ่านพนักงาน สร้างนวัตกรรมส่งต่อสู่ผู้ใช้รถในประเทศไทย

คงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ทุกคนในองค์กรต้องทำคือต้องไม่หยุดพัฒนาความสามารถเพื่อให้มีการรับรู้และเข้าใจ (Sense) ถึงความท้าทายและความไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในตอนนี้ ต้องสร้างคนให้มี Winning Mindset คือความคิดที่จะเอาชนะอุปสรรคที่เกิดขึ้นต่าง ๆ ได้ ด้วยการกระตุ้นให้ทีมกรุงศรี ออโต้ รวมถึงคู่ค้าของเรา มองจุดแข็งและเสริมจุดแกร่งของตัวเองและของทีม และปรับใช้ 4-Step Winning Mindset ในการกล้าเลือกความท้าทายที่อยากเอาชนะ ตั้งเป้าหมาย ลงมือทำเพื่อบรรลุเป้าหมาย สู้ และปรับจนสำเร็จ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายเป็นโอกาส และสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นกับตัวเรา องค์กร และธุรกิจ  

กรุงศรี ออโต้ มีจุดแข็งในเรื่องของ Great Team ที่มีการทำงานร่วมกันแบบ Winning Team Work และตนเองมุ่งสร้างทีมงานกรุงศรี ออโต้ ให้เป็นทีมงานในอุดมคติ (Ideal Team Player) ซึ่งจะทำให้องค์กรมีความได้เปรียบและเหนือชั้นกว่าคู่แข่งในตลาด 

กรุงศรี ออโต้ ขับเคลื่อนองค์กรสู่ RO ส่งต่อนวัตกรรมถึงลูกค้า

ปัจจุบัน กรุงศรี ออโต้ มีการทำงานผ่าน Squad ให้อำนาจ Product Owner ในการตัดสินใจออกฟีเจอร์หรือสร้างนวัตกรรมที่มาจาก Pain Point ต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าหรือผู้ใช้รถ หรือการสร้าง Branch CEO ให้ผู้จัดการสาขาที่อยู่ทั่วประเทศ มีอำนาจในการตัดสินใจได้ตามความต้องการของพื้นที่นั้น ๆ เนื่องจากความต้องการของลูกค้าและดีลเลอร์ในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน 

เราต้องมองให้ขาดว่าควรทำอย่างไรให้การทำงานของทีมกว่า 5,000 คนของเราเป็น “Mission Possible” ที่เกิดขึ้นได้จริง และเกิดขึ้นเร็ว และนี่คือที่มาของการวางทิศทางสู่การเป็น Responsive Organization (RO) ด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และเชื่อมโยงกับการการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ เน้นสร้างคุณค่าผ่านพนักงาน สร้างนวัตกรรมส่งต่อสู่ผู้ใช้รถในประเทศไทย

กลยุทธ์เหนือคู่แข่งอยู่ที่ทีมงานแข็งแกร่ง
พันธกิจของเราคือการสร้างสรรค์ชีวิตผู้ใช้รถให้ดีขึ้น ซึ่งการจะทำให้สำเร็จ เราต้องใช้ความรู้ความเข้าใจ stakeholder ขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน (ทีมกรุงศรี ออโต้), ลูกค้า คู่ค้า และผู้ใช้รถในประเทศไทย, สังคมไทย, และผู้ถือหุ้น เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน จุดแข็งของเราคือ Great Team เพราะถ้าไม่มีทีมที่แข็งแกร่ง เราจะไม่สามารถสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งได้ เมื่อพนักงานของเราทำงานด้วยความรู้และความรัก ตามคุณค่าในแบบฉบับ KA คือ Knowledgeable hands & Amorous heart แล้วเราก็จะสามารถส่งต่อบริการ โซลูชัน และนวัตกรรม ที่ทำให้คนรักแบรนด์เรา และบอกต่อแบรนด์เราได้   

ในปีนี้เราจับมือกับพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ใกล้เคียงกันในการร่วมสร้างและแลกเปลี่ยนคุณค่า (Value Creation/Value Exchange) ให้แก่ผู้ใช้รถ โดยผนึกกำลังกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่จากหลากหลายภาคธุรกิจ ในแวดวงตลาดยานยนต์และตลาดอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายการรับรู้และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ 

การดำเนินธุรกิจของ กรุงศรี ออโต้ เกิดจากการผสานความแข็งแกร่งของ MUFG และวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของกรุงศรี กรุ๊ป ในการเป็น “ธนาคารพาณิชย์ที่มีจุดยืนเพื่อความยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านการทำธุรกิจของเราที่มุ่งเน้นรักษาเสถียรภาพของตลาดโดยให้บริการสินเชื่อที่สอดคล้องกับความสามารถในการชำระของลูกค้า (Customer Based Lending & Mission) ตามแนวทาง Responsible Lending ที่คำนึงถึงความสามารถในการชำระเงิน (Ability-to-Pay) ของลูกค้าเป็นหลัก เป็นต้น 

เปิดนิยามสู่องค์กร Responsive Organization (RO)
ในมุมมองของ กรุงศรี ออโต้ Responsive Organization (RO) คือแนวคิดของการบริหารองค์กรสมัยใหม่ ในยุคที่ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีอะไรแน่นอน และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น โดยผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับบริการที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว เฉพาะเจาะจง และสร้างประสบการณ์ดี ๆ จากการใช้บริการเป็นหลัก นั่นหมายถึงว่า องค์กรต้องวางตัวให้เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์และบริการที่ตัวเองนำเสนอ กรุงศรี ออโต้ มุ่งมั่นสร้างองค์กรให้เป็นมากกว่าแค่แบรนด์สินเชื่อยานยนต์ (Beyond auto finance) แต่ยังเป็นเพื่อนร่วมทางในชีวิตของผู้ใช้รถ ที่อยู่เคียงข้างและสร้างความเชื่อมั่นผ่านทีมที่แข็งแกร่ง (Great Team) จนสามารถเข้าถึงและเข้าใจผู้ใช้รถอย่างแท้จริง (Win the hearts of automobile users by the hearts of KA team)

กรุงศรี ออโต้ ขับเคลื่อนองค์กรสู่ RO ส่งต่อนวัตกรรมถึงลูกค้า

การเป็นองค์กร RO เราต้องขับเคลื่อนด้วยคนเป็นหลัก องค์กรต้องสร้างพนักงานที่พร้อมรับมือกับความท้าทาย มีการทำงานที่ยืดหยุ่น (Workplace Agility) ต้องมีการ รับรู้และเข้าใจ (Sense) ต่อคลื่นความเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่มีผลต่อธุรกิจ ปรับตัวปรับใจ (Adapt) วิธีและกระบวนการทำงาน เพื่อให้องค์กร ตอบสนองอย่างว่องไว (Respond) ได้ทันท่วงที 

โดยวิธีคิดสู่ Responsive Organization (RO) ด้วยหลัก 3 P’s ของ กรุงศรี ออโต้ คือ

Purpose - มีเป้าหมายหลักในการสร้างคุณค่า และผลกำไรเป็นเป้าหมายรอง เป็นการบริหารที่มุ่งให้อำนาจในการตัดสินใจ (Empowerment) มากกว่าสั่งการ ซึ่งเกิดจากการกำกับดูแลด้วยคุณค่า ไม่ใช่ข้อกำหนด เช่น การเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานผ่าน Squad ให้อำนาจ Product Owner ในการตัดสินใจ การทำ Branch CEO ให้ผู้จัดการสาขามีอำนาจในการตัดสินใจได้ตามความต้องการของพื้นที่นั้น ๆ เนื่องจากลูกค้าในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน ส่งเสริมการมีไอเดีย และเติมเต็มไอเดียให้เกิดเป็นรูปธรรม และการสนับสนุนให้พนักงานเข้าร่วม Data Boot Camp เพื่อใช้ข้อมูลต่อยอดธุรกิจ เหล่านี้เป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้กับส่วนรวมและสังคมเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อความสำเร็จของธุรกิจอย่างเดียว

People - วิธีการทำงานที่คำนึงถึงคน (ลูกค้า พนักงาน และพันธมิตร) มากกว่ากระบวนการ เพราะธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ต้องเกี่ยวข้องกับคนเป็นหลัก เริ่มจากพนักงานที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญ เน้นการสร้างทีมที่แข็งแกร่งด้วยการดึงจุดแข็ง เสริมจุดแกร่ง (Bring out the best in you) ให้พนักงานกว่า 5,000 คน ของเราทั่วประเทศพร้อมแสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ นำเอาเอกลักษณ์เฉพาะตัวและทีมของตัวเอง มาสร้างคุณค่าให้กับ stakeholder ทั้ง 4 กลุ่มของ กรุงศรี ออโต้ ได้แก่ พนักงาน (ทีมกรุงศรี ออโต้), ลูกค้า คู่ค้า และผู้ใช้รถในประเทศไทย, สังคมไทย, และผู้ถือหุ้น โดยเน้นการสร้างเครือข่ายการทำงาน มีการสื่อสารที่เปิดกว้าง และปรับเปลี่ยนการทำงานได้ตามความต้องการของแต่ละคู่ค้าหรือลูกค้า มากกว่ายึดโครงสร้าง  เป็นการหาสมดุลระหว่างระบบรวมศูนย์ (Centralized) และการกระจายอำนาจ (Decentralized)

Product Innovation – การส่งมอบ “นวัตกรรมโซลูชันเพื่ออนาคต” โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามายกระดับผลิตภัณฑ์และบริการ ให้ว่องไว ตอบสนองทุกความต้องการที่หลากหลายและเฉพาะเจาะจงของลูกค้า เช่น แอปพลิเคชันเพื่อผู้ใช้รถ GO by Krungsri Auto, กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท บริการประเมินวงเงินสินเชื่อเบื้องต้นภายใน 3 นาที, และนวัตกรรมสินเชื่อยานยนต์ดิจิทัล วงเงินสินเชื่อรถพร้อมใช้อนุมัติภายใน 15 นาที

ตัวอย่างการชี้วัดความสำเร็จกรุงศรี ออโต้ ส่งเสริมเรื่องนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เรามองว่าพนักงานคือทรัพยากรที่มีค่า และมีศักยภาพในการเติบโตได้มากที่สุด เราจึงส่งเสริมโครงการ ‘Dare to Think, Dare to Do’ ให้พนักงานได้เสนอไอเดียที่สนับสนุนให้เกิดการสร้างนวัตกรรม โดยที่ผ่านมา ฟีเจอร์ EV Buddy บนแอปพลิเคชัน GO by Krungsri Auto เป็นหนึ่งตัวอย่างที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ ที่เป็นตัวช่วยของผู้ใช้รถอีวี ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกรถ ซื้อรถ ใช้งานรถ บำรุงรักษา จนถึงการเปลี่ยนรถอีวีคันใหม่ ซึ่งสามารถทำทั้งหมดนี้ได้บนแอปพลิเคชัน  

นอกจากนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราได้มีการสำรวจความผูกพันและประสบการณ์ของพนักงาน โดยร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก ผลสำรวจของพนักงานกรุงศรี ออโต้ สะท้อนความผูกพันและประสบการณ์เชิงบวกมากถึง 89% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจเดียวกันทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ผลสำรวจนี้เป็นอีกหนึ่งบทความสำเร็จที่พิสูจน์ว่า นอกจากจะให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าแล้ว เรายังมุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์และความผูกพันให้กับพนักงานอีกด้วย และเรายังคงสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นองค์กรที่พนักงานรัก และบอกต่อสู่สังคมภายนอกได้ 

กำหนดทิศทางตลาดดิจิทัลปั้นนวัตกรรมสู่ลูกค้า
ด้วยความเป็นแบรนด์ผู้กำหนดทิศทางตลาดด้านดิจิทัล กรุงศรี ออโต้ วางรากฐานที่แข็งแกร่งและมีวิธีการทำงานภายในองค์กร เพื่อให้เกิดความหยืดยุ่นและคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจในรูปแบบใหม่ โดยนำหลักการทำงานของ Agility way of working โดยมองเป้าหมายหลักที่ลูกค้า (Customer Centricity) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่ออกสู่ตลาดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้ใช้รถได้อย่างรวดเร็ว ตรงกลุ่มเป้าหมาย ครอบคลุมทั้งธุรกิจหลักด้านสินเชื่อยานยนต์ของกรุงศรี ออโต้ และธุรกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  

เรามีการทำงานแบบ Agile ที่ชัดเจน มีการนำเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่หลากหลายมาใช้ในการทำงาน และสื่อสารภายในระหว่างทีม รวมถึงใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการโครงการหรือพัฒนาไอเดียใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมากมายภายในกรุงศรี ออโต้ (Initiative Management) ซึ่งทีมงานสามารถติดตามความคืบหน้าและประสานงานใน touch point ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตัวเองได้แบบเรียลไทม์ 

คงสิน กล่าวว่า กรุงศรี ออโต้ จะต้องเป็นแบรนด์ที่พนักงานรัก ตามคุณค่าในแบบฉบับ KA คือ Knowledgeable hands & Amorous heart พนักงานของเราทำงานด้วยความรู้และความรัก ใช้สองมือที่เรามี มอบความรู้ ความเชี่ยวชาญในธุรกิจกว่า 30 ปี เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้า คู่ค้า และผู้ใช้รถทุกคน และใช้หัวใจ ทำงานด้วยความรัก รักในงานที่ทำ สามารถสร้าง value ให้กับองค์กรและ stakeholder ได้

เรายึดมั่นในการดำเนินธุรกิจที่อยู่บนรากฐานของความยั่งยืน โดยไม่ได้หวังเพียงผลกำไร เพราะเราอยากให้ กรุงศรี ออโต้ เป็นมากกว่าแค่แบรนด์สินเชื่อยานยนต์ (Beyond auto finance) แต่ยังเป็นเพื่อนร่วมทางในชีวิตของผู้ใช้รถ ที่อยู่เคียงข้างและสร้างความเชื่อมั่นผ่านทีมที่แข็งแกร่ง จนสามารถเข้าถึงและเข้าใจผู้ใช้รถอย่างแท้จริง (Win the hearts of automobile users)

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน