
ปลุกข่าวมิตตาลซื้อจีสตีล
ตีลขอถือใหญ่บริหารหุ้นวิ่งสวนตลาดบริษัทลั่นข่าวลือ
โพสต์ทูเดย์
— ลือสนั่นยักษ์เหล็กโลก “มิตตาล” ดอดคุย “สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล” ขอซื้อหุ้น GSTEEL 60% ปลุกหุ้นคึกคักราคาหุ้นบริษัท จีสตีล (GSTEEL) และบริษัทจี เจ สตีล (GJS) ปรับตัวขึ้นสวนทางกับภาวะตลาดหุ้นรวม โดยเฉพาะ GSTEEL มีแรงซื้อหนาแน่น ต่อกระตุกราคาขึ้นไปสูงสุด 0.78 บาท ก่อนย่อลงปิด 0.76 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือ 5.56% มูลค่าซื้อขาย 463.47 ล้านบาท
สำหรับ GJS ปิด 0.27 บาท เพิ่มขึ้น 0.01 บาท หรือ 3.85%
แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่การตลาดเปิดเผยว่า มีกระแสข่าวแพร่สะพัดในหมู่นักลงทุนรายใหญ่ว่า นายลักษมี เอ็น. มิตตาล เจ้าพ่อเหล็กกล้าเบอร์ 1 ของโลก เจ้าของบริษัท อาเซเลอร์ มิตตาล ได้บินมาเจรจากับนายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท จีสตีล เพื่อขอซื้อหุ้น 60% และธนาคารกรุงเทพเตรียมปล่อยกู้ 8,000 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นครั้งนี้
แหล่งข่าวจากในวงการเหล็ก เปิดเผยอีกว่า นายลักษมีได้ส่งนายอทิตยา ลูกชายมาเซ็นบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อเดือน ก.พ. ปีที่ผ่านมา แต่มีเงื่อนไขบริษัท จีสตีล ต้องเคลียร์หนี้หุ้นกู้ให้เรียบร้อย ซึ่งขณะนี้ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขแล้ว ติดเรื่องเดียวคือ การปรับโครงสร้างทุน ที่นายลักษมีต้องการถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% เพื่อสิทธิในการบริหาร
“
ปัญหาขณะนี้ติดอยู่ที่คุณสมศักดิ์จะยอมปล่อยหุ้นหรือไม่ เพราะคุณลักษมีต้องการเดินธุรกิจจริงๆ คนเดียว ทำให้เป็นหนังเก่าที่ยังไม่จบ” แหล่งข่าวเปิดเผยแหล่งข่าวใกล้ชิดนายสมศักดิ์เปิดเผยว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ส่วนสาเหตุที่หุ้นปรับตัวขึ้นน่าจะมาจากจีสตีลมีการแก้ปัญหาหนี้หุ้นกู้สำเร็จ และมีแนวโน้มดีที่เจ้าหนี้การค้าจะยืดหนี้ระยะสั้นเป็นระยะยาว รวมทั้งการที่บริษัท สยามเพาเวอร์ เจนเนอเรชั่น ผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนบริษัท จีสตีล ทำให้มีต้นทุนค่าไฟถูกลง
“
ปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไขดีขึ้น ทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) จาก 1 ต่อ 1 เหลือเพียง 0.7 เท่า เป็นปัจจัยทำให้หุ้นดีขึ้นมากกว่าข่าวลือที่ออกมา” แหล่งข่าวเปิดเผยด้านนายไนยวน ชิ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม.ซี.เอส.สตีล (MCS) กล่าวในงานสัมมนา
“เจาะลึกหุ้นเหล็กไทย” ว่า ธุรกิจของบริษัทจะเติบโตต่อเนื่อง ตามเป้าหมายการดำเนินงาน 3 ปี แต่เป็นห่วงเรื่องปัญหาการเมือง เพราะหากเกิดขึ้นอีกจะทำให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่นไม่กล้าเข้ามาสั่งซื้อสินค้าและตรวจสินค้าก่อนส่งออกไปให้ที่ญี่ปุ่น“
เราต้องก้าวหน้าวิ่งให้เร็วกว่าคู่แข่งและขณะนี้กำลังขอใบอนุญาต S หรือ SUPER ซึ่งมีไม่ถึง 100 ราย และไม่มีบริษัทในต่างประเทศที่ขอใบอนุญาต คาดว่าจะทราบผลในวันที่ 28 มี.ค.นี้ จากปัจจุบันบริษัทถือใบอนุญาต H ที่มีจำนวน 200 ราย”นายไพศาล ธรสารสมบัติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ค้าเหล็กไทย (TMT) กล่าวว่า ในปี 2553 บริษัทน่าจะมียอดขายเกือบ 7,000 ล้านบาท และปีนี้จะเติบโตต่อเนื่อง ตามความต้องการใช้เหล็กภายในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง







