
ส่องโลกไอทีองค์กรปี'54 คลาวด์-ซีเคียวริตี-แอพฯ มาแน่
ทิศทางของตลาดไอทีในปี 2553 ที่ผ่านมาเป็นความท้าทายและโอกาสของสินค้าแบรนด์ต่างๆ ในการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนใหม่ๆ มากขึ้น ยิ่งมีสถานการณ์ทางการเมืองภัยพิบัติต่างๆ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้สามารถช่วยให้การทำงานต่างๆ ง่ายขึ้น แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่จนท้ายที่สุดแล้ว ด้วยปัจจัยความไม่แน่นอนต่างๆ ทำให้การลงทุนขององค์กรต่างๆ ยังไม่ชัดเจนมากนัก โดยส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะต้องใช้งบประมาณสูง ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นการเติบโตในปีนี้
มุมมองหนึ่งจากบริษัท ฮิวเลตต์แพคการ์ด (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการระบบไอทีรายใหญ่ของไทยและของโลก และถือเป็นรายหลักรายเดียวที่มีบริการครบถ้วนทั้ง 4 ด้าน คือ เซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ อุปกรณ์เครือข่าย และแอพพลิเคชัน โดยได้ชี้ให้เห็นทิศทางว่า แนวโน้มที่สำคัญของปีนี้ยังคงเป็น ระบบคลาวด์ คอมพิวติง ที่ทั่วโลกต่างมุ่งไป เพราะช่วยในเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่าย ใช้งานง่าย มีบริการเร็วขึ้น ที่สำคัญคือ เทคโนโลยีต้องทำให้อุปกรณ์ที่อยู่ต่างสถานที่กันสามารถทำงานร่วมกันได้เหมือนอยู่ที่เดียวกัน เพราะความเป็นคลาวด์ คือ ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าระบบอยู่ที่ไหน ขอให้ทำงานได้เป็นพอ
นายศักดิ์ชัย ปัญญจเร ผู้อำนวยการหน่วยธุรกิจ เอชพี เน็ตเวิร์กกิง กลุ่มธุรกิจเอนเทอร์ไพรส์ บิซิเนส ของเอชพี ให้ความเห็นว่า ปีนี้ทุกแบรนด์จะผลักดันให้คลาวด์ คอมพิวติง เริ่มใช้งานอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือเรื่องซีเคียวริตี หรือการรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบต้องมาเป็นอันดับ 1 เพราะเมื่อข้อมูลทุกอย่างวิ่งบนโครงข่าย และมีการจัดเก็บเข้าดาตาเซ็นเตอร์ ก็ต้องมาพร้อมกับระบบความปลอดภัย ซึ่งส่วนของเอชพีเองมีการควบรวมบริษัท ทิปปิ้ง พอยท์ เข้ามาก่อนหน้านี้ ทำให้การจัดการความปลอดภัยดียิ่งขึ้น
“
คลาวด์ คอมพิวติง จะมีมากขึ้นโดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีโครงข่ายของตัวเอง การจัดการคลาวด์จะง่ายกว่า ผู้พัฒนามีหน้าที่ทำความเข้าใจกับลูกค้าว่าจะใช้ประโยชน์คลาวด์ได้อย่างไรบ้าง ต้องช่วยในการบริหารจัดการงบประมาณ และเมื่อเปรียบเทียบกับระบบเดิมแล้ว ดีขึ้นอย่างไร” นายศักดิ์ชัย กล่าวส่วนต่อมาคือ ต้องมีการพัฒนาแอพพลิเคชันเพื่อรองรับบริการคลาวด์ คือ หากมีเพียงระบบคลาวด์ แต่ไม่มีการพัฒนาแอพพลิเคชันให้สามารถใช้งานได้ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นการแข่งขันกันพัฒนาแอพพลิเคชันเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงาน และยังต้องมีระบบการรักษาความปลอดภัยในระดับแอพพลิเคชันมาเสริมอีกด้วย
ดังที่กล่าวมาแล้วว่ากลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ที่มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง มีแนวโน้มสูงมากที่จะเปลี่ยนมาใช้ระบบคลาวด์ทั้งระบบ เช่น กลุ่มการเงิน การธนาคาร ที่มีบริการที่หลากหลาย มีการให้บริการผ่านเครือ ข่ายจากหลายสถานที่ และมีการจัดเก็บข้อมูลในปริมาณมาก อีกธุรกิจที่มีการลงทุนแน่นอนคือ โทรคมนาคม เพราะเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันสูง รองรับผู้ใช้จำนวนมาก และมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา กลุ่มเป้าหมายถัดมาที่จะมีการลงทุนคือ กลุ่มผู้ให้บริการโครงข่าย เพราะจะเป็นแกนหลักในการให้บริการส่วนอื่นๆ ตามมา
ทั้งนี้ โซลูชันเดิมๆ ไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจได้ครบถ้วนและรวดเร็วเพียงพอ ไม่มีความยืดหยุ่น ต้องใช้งบประมาณสูงในการลงทุนด้านเทคโนโลยี ยิ่งถ้าองค์กรมีการขยายการใช้แอพพลิเคชันเป็นจำนวนมาก และโมเดลการให้บริการด้านไอทีในรูปแบบใหม่ๆ เช่น โมบายคอมพิวเตอร์
ส่วนสุดท้ายคือ เทคโนโลยีจะผ่านไปสู่การผสมผสานมากขึ้น คือ ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ อุปกรณ์เครือข่าย หรือแอพพลิเคชัน ต้องสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไม่มีปัญหา เรียกว่าเป็นระบบเปิดอย่างแท้จริง เปิดทางเลือกให้กับผู้ใช้ได้เลือกโซลูชันแยกเฉพาะตามที่ต้องการ ซึ่งหากต้องการอัพเดตเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่เฉพาะส่วน ก็สามารถทำได้ ไม่ต้องลงทุนใหม่ทั้งหมด ทำให้ได้ประโยชน์ในแง่ของความคุ้มค่าในการลงทุน (ทีซีโอ) สูงสุด







