
ดึงกฟผ.อุ้มค่าไฟฟรี
เรกูเลเตอร์ เล็งดึงกฟผ.แบกภาระอุ้มค่าไฟรายย่อยหวั่นผู้ใช้ภาคอุตสาหกรรมอ่วมต้นทุนพุ่ง ชี้กฟผ.เคยระบุเองว่าสามารถแบกรับภาระค่าไฟได้ไม่เกิน 2 หมื่นล้านต่อเดือน
เรกูเลเตอร์ เล็งดึงกฟผ.แบกภาระอุ้มค่าไฟรายย่อยหวั่นผู้ใช้ภาคอุตสาหกรรมอ่วมต้นทุนพุ่ง ชี้กฟผ.เคยระบุเองว่าสามารถแบกรับภาระค่าไฟได้ไม่เกิน 2 หมื่นล้านต่อเดือน
นายกวิน ทังสุภานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(เรกูเลเตอร์) เปิดเผยถึงนโยบายประชาวิวัฒน์ของรัฐบาลกรณีการยกเว้นเก็บค่าไฟฟ้าถาวรสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่ไม่เกิน 90 หน่วย/เดือน ว่า แนวทางการรับภาระค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นปีละ 1.5 หมื่นล้านบาท ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาซึ่งมีหลายแนวทาง โดยที่ผ่านมาการตรึงค่าไฟฟ้าทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ก็เคยเข้ามาช่วยรับภาระมาแล้ว ดังนั้นกรณีนี้ถ้าจำเป็นก็อาจเข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาได้เช่นกัน
ทั้งนี้หากจะให้ภาคอุตสาหกรรมในฐานะที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่มีสัดส่วนถึง 60% ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ จะต้องมาดูว่าจะยกเว้นธุรกิจใดเป็นพิเศษได้หรือไม่ หรือจะปรับขึ้นค่าไฟฟ้าในทุกภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากปัจจุบันผู้ใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมมีหลายประเภท ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่
“ในเบื้องต้นต้องประเมินค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที) ในรอบเดือนพ.ค.-ส.ค. นี้ก่อนว่าจะปรับขึ้นหรือลดลง หากนำภาระอุ้มค่าไฟฟ้า 1.5 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 1,500 ล้านบาท มาคำนวณในค่าไฟฟ้าทุกประเภท ค่าเอฟทีงวดหน้าก็ต้องปรับขึ้น 10 สต./หน่วย โดยที่ผ่านมากฟผ.เองเคยระบุว่าสามารถแบกรับภาระค่าไฟได้ไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท/ปี หากจำเป็นก็น่าจะช่วยได้”นายกวินกล่าว
ด้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ในวันที่ 24 ม.คง นี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในเรื่องผลกระทบของการปล่อยลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรม โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะขอให้ ส.อ.ท.รวบรวมข้อมูลและผลกระทบมาเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วย
อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่จะให้ภาคอุตสาหกรรมใช้แอลพีจีที่สะท้อนต้นทุนราคาที่แท้จริง ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องปรับตัว โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องหาทางช่วยเหลือว่าจะลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการได้อย่างไร ซึ่งการช่วยเหลือเอสเอ็มอีก็ต้องมาดูที่ได้รับผลกระทบด้านอื่นด้วยไม่จำกัดเฉพาะที่ได้รับผลกระทบด้านพลังงาน
“การช่วยเหลือเอสเอ็มอีจะดูแลกรณีที่เป็นผู้ที่ใช้แอลพีจีมาก เช่น กลุ่มเซรามิก โดยการเปลี่ยนเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อเปลี่ยนการใช้เชื้อจากแอลพีจีมาเป็นก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการเซรามิกก็เคยมาหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และขณะนี้กระทรวงพลังงานมีโครงการที่จะช่วยเหลือปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมก็จะเร่งกระทรวงพลังงานให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการต่อไป”นายชัยวุฒิกล่าว







