
พณ.ชงครม.แก้ส่งออกผักไปอียูเป็นวาระชาติ
ไทยพร้อมแก้ปัญหาส่งออกผัก ผลไม้ไปอียู เตรียมกำหนดการปรับปรุงกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ เป็นวาระแห่งชาติ เสนอครม.สัปดาห์หน้า
ไทยพร้อมแก้ปัญหาส่งออกผัก ผลไม้ไปอียู เตรียมกำหนดการปรับปรุงกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ เป็นวาระแห่งชาติ เสนอครม.สัปดาห์หน้า
นายประพล มิลินทจินดา เลขานุการรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับกรมวิชาการเกษตร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสถาบันอาหาร เพื่อแก้ปัญหากรณีที่สหภาพยุโรป (อียู) เตรียมออกมาตรการห้ามนำเข้าผักสดจำนวน 5 กลุ่ม ว่า ขณะนี้อียูยังไม่ได้ระงับการนำเข้าผักไทย แต่ไทยจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วยการระงับการส่งออกตามที่กรมวิชาการเกษตรจะระงับการออกใบรับรองสุขอนามัยที่จะส่งออกไปอียูทั้ง 5 กลุ่ม ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2554 รวมทั้งเร่งจัดทำการปรับปรุงมาตรฐานการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ โดยจะจัดทำเป็นวาระแห่งชาติ นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในสัปดาห์หน้า
ขณะที่ ผู้ส่งออกที่ผลิตได้มาตรฐานที่อียูกำหนด ก็ยังสามารถส่งออกได้ และในระหว่างนี้ หากพบการลักลอบส่งออกจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
ทั้งนี้ ไทยจะไม่ส่งออกสินค้าจนกว่าจะจัดการแก้ปัญหาภายในให้เรียบร้อย ซึ่งจะมีการปรับปรุงมาตรฐานการผลิตทั้งระบบโดยจะผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลมาตรฐานสินค้าเกษตร โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิต จนถึงขั้นตอนการส่งออก เพื่อส่งสัญญาณให้อียูเห็นว่าไทยต้องการดูแลมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง และสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นที่ดีต่อสินค้าเกษตรไทยทั้งระบบ
"ก่อนที่ทางอียูจะระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทย เราก็ขอดูแลตัวเองก่อน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงจังที่จะเข้ามาดูแลเรื่องความปลอดดภัยในอาหาร และมาตรการดังกล่าวจะช่วยยกระดับสินค้าเกษตรทั้งระบบในอนาคต"นายประพลกล่าว
สำหรับแนวทางการดูแลตามมาตรการดังกล่าว จะนำมาตรฐานการส่งออกสินค้าเกษตร ThaiGAP มาเป็นมาตรฐานสินค้าผักผลไม้ของไทย ที่เน้นความปลอดภัย คำนึงถึงสวัสดิการผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมในการผลิต และสอดคล้องกับมาตรฐาน GLOBALGAP ซึ่งเป็นสถาบันที่นานาประเทศให้การยอมรับ โดยขณะนี้ ThaiGAP อยู่ระหว่างการจัดทำเกณฑ์มาตรฐาน และสินค้าผักผลไม้ที่จะส่งออกควรมี ตราประทับ ThaiGAP ก่อนส่งออกไปต่างประเทศ
รวมทั้งได้ขอความร่วมมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ องค์กรอิสระ สถาบันอาหาร และสถาบันวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจการพาณิชย์ เข้ามามีส่วนร่วมในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านมาตรฐานสินค้าอาหารและผักผลไม้ และกรมวิชาการเกษตร จะรับผิดชอบในส่วนด้านเทคนิค และควบคุมโรคเกี่ยวกับพืชต่อไป
ก่อนหน้านี้ อียูได้เตรียมจะออกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าผักจากไทย จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กะเพรา-โหระพา-แมงลัก-ยี่หร่า กลุ่มที่ 2 พริก กลุ่มที่ 3 มะระจีน-มะระขี้นก กลุ่มที่ 4 มะเขือเปราะ-มะเขือยาว-มะเขือม่วง-มะเขือขื่น และกลุ่มที่ 5 ผักชีฝรั่ง เนื่องจากตรวจพบศัตรูพืชผักที่นำเข้าจากไทยอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามีการลักลอบส่งออกผักที่ไม่แจ้งและไม่ผ่านการตรวจสอบของเจ้าหน้าตรวจพืชของไทย รวมทั้งยังไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชแนบไปกับสินค้าตามข้อตกลงระหว่างประเทศ







