posttoday
“ศุภชัย เจียรวนนท์” เผย สตาร์ทอัพไทยมีโอกาสโต 20 เท่า

“ศุภชัย เจียรวนนท์” เผย สตาร์ทอัพไทยมีโอกาสโต 20 เท่า

14 มิถุนายน 2566

“ศุภชัย เจียรวนนท์” ประธานสภาดิจิทัลฯ เผยสตาร์ทอัพไทยมีโอกาสเพิ่มเป็น 20,000 ราย จากเดิมที่มีอยู่เพียง 1,000 ราย หากได้รับการส่งเสริมเหมาะสม มั่นใจ VC จะเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย  ร่วมเวทีการประชุมเครือข่ายนักลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ SVCA Conference 2023 ที่จัดโดย สมาคมผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุนสิงคโปร์ หรือ SVCA – Singapore Venture Capital & Private Equity Association เพื่อเชิญชวนนักลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ และทั่วโลกให้มาลงทุนในประเทศไทย พร้อมกล่าวแลกเปลี่ยนว่า โลกปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ 

1. การเปลี่ยนแปลงหลายขั้วในภูมิทัศน์โลก 
2. ความเหลื่อมล้ำและความมั่นคงทางอาหาร 
3. ความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ 
4.การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลด้วย  AI, IOT ผู้นำด้านนวัตกรรมและผู้ประกอบการรายใหม่ 
5. พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนสู่อีคอมเมิร์ซ ประกอบด้วย C2C, Metaverse และ Social Media 
6. สังคมสูงวัย และการดูแลสุขภาพ  

ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวข้ามความท้าทายในระดับโลกได้ คือ การทรานส์ฟอร์มประเทศไทย ขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค 5.0 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านดิจิทัล มีพันธกิจยุทธศาสตร์สำคัญใน 5 ด้าน ได้แก่ 

1. การกำหนดมาตรฐานและตัวชี้วัดด้านดิจิทัล 
2. การสร้างความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน 
3. การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ด้านดิจิทัล 
4.การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล  
5. การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของภูมิภาค รวมทั้งการขับเคลื่อนด้านสังคมและวัฒนธรรมดิจิทัลของประเทศชาติ 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน สภาดิจิทัลฯ มีความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน ในด้านการลงทุนและกำลังคนในมิติอื่นๆ อาทิ มาตรการยกเว้นภาษี หรือ Capital Gains Tax เป็นเวลา 10 ปี แก่นักลงทุนไทยและต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในสตาร์ทอัพไทย ภายใต้อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งนโยบายดังกล่าวจะช่วยสนับสนุน ส่งเสริมให้สตาร์ทอัพไทยสามารถระดมทุนจากนักลงทุนได้เพิ่มขึ้น เสริมสร้างการลงทุน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 

รวมทั้ง ภาษีเงินได้ 17% สำหรับชาวต่างชาติทักษะสูง เมื่อทำงานในไทย ตลอดจน การส่งเสริมให้เกิดการระดมทุนผ่านตลาดหุ้นใหม่สำหรับสตาร์ทอัพและ SME ภายใต้ชื่อ LIVE EXCHANGE และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับค่าการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะลูกจ้างและการจ้างงานสายเทคโนโลยี เป็นต้น

“ศุภชัย เจียรวนนท์” เผย สตาร์ทอัพไทยมีโอกาสโต 20 เท่า

สภาดิจิทัลฯ มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมผลักดันให้เกิดนโยบาย และมาตรการส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ประธานสภาดิจิทัลฯ ได้กล่าวเน้นย้ำในจุดแข็งของประเทศไทยที่มีความได้เปรียบในการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการลงทุน เพราะมีตลาดหุ้นที่เข้มแข็ง (Capital Market) บ่งชี้ได้จากในปี 2565 มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดในอาเซียน และยังเป็นประเทศที่ที่มีการระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นออกใหม่ให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หรือ Initial Public Offering (IPO) ได้สูงสุดในอาเซียน โดยมีมูลค่ารวมถึง 3.6 พันล้านดอลลาร์ จากการระดมทุน IPOs 42 ครั้งในปี 2565 

ขณะเดียวกันยังมีการขับเคลื่อนการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย

1. อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งประเทศไทยจัดอยู่ใน Top-10 ด้านการเป็น EV hub ที่มีประสิทธิภาพของโลก 

2. การเป็นฮับของอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะในภูมิภาคอาเซียน (New Smart Electronic Hub) 

3. การมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมทางการแพทย์ (Medical Hub)

4. ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร (Agriculture and Food) อย่างแข็งแกร่ง รวมไปถึงการเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง เนื่องจากมีการเชื่อมต่อกับกลุ่มอาเซียนในเขตภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (CLMV) จีน และอินเดีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสและศักยภาพของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ เพื่อมุ่งสู่ศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาค อีกทั้งเป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต 

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการร่วมเวทีประชุม SVCA Conference 2023 ประธานสภาดิจิทัลฯ และคณะจากภาครัฐและเอกชน ยังได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเครือข่ายนักลงทุนของ SVCA ที่เป็น VC ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย Openspace Ventures, Monk's Hill Ventures, GIC, Dymon Asia PE และ Pavilion Capital และได้มีการเข้าพบผู้บริหาร Sequoia Capital ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน VC ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าการลงทุน (Asset under management) กว่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

และเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนระยะเริ่มต้น (Seed) ของธุรกิจระดับโลก เช่น Apple, Google, Instagram, LinkedIn, PayPal, WhatsApp และ Zoom เป็นต้น โดยได้เข้าพบ “Mr. Abheek Anand” Managing Director at Sequoia Capital, Southeast Asia เพื่อหารือในการเชิญชวนมาลงทุนในประเทศไทย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงโอกาสและความท้าทายของประเทศไทย รวมทั้งแนวทางส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยในมุมมองจากนักลงทุนต่างชาติ 

นายศุภชัย กล่าวว่า สิงคโปร์และไทยต่างเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เหมือนกัน และเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็ว ปัจจุบันสิงคโปร์มีสตาร์ทอัพกว่า 50,000 ราย ขณะที่ประเทศไทยมีสตาร์ทอัพค่อนข้างน้อย คือมีประมาณ 1,000 รายเท่านั้น ทว่าสตารทอัพไทยมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ราย หากได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนที่เหมาะสม และเมื่อนั้น VC หรือ นักลงทุน ก็จะเข้าลงทุนในสตาร์ทอัพไทย ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งพลังที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค