
อินไซด์ อินเทล กลางเวที ซีอีเอส2011
ปีนี้บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ถือโอกาสใช้เวทีนี้เปิดตัว “แซนดี้ บริดจ์” โพรเซสเซอร์รุ่นที่ 2 ที่รองรับการใช้งานแบบมัลติมีเดียและกราฟฟิกชั้นสูงได้เต็มขั้น.....
ปีนี้บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ถือโอกาสใช้เวทีนี้เปิดตัว “แซนดี้ บริดจ์” โพรเซสเซอร์รุ่นที่ 2 ที่รองรับการใช้งานแบบมัลติมีเดียและกราฟฟิกชั้นสูงได้เต็มขั้น.....
โดย...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ
ด้วยยอดขายผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกที่เติบโตขึ้นทุกปี โดยปี 2553 ที่ผ่านมา มีมูลค่า 8.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2552 และคาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มเป็น 9.64 แสนล้านบาทในปีนี้ ส่งผลให้งานคอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ (The International Consumer Electronics Show) ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทุกปีที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา กลายเป็นสปอตไลต์ที่ค่ายยักษ์ใหญ่ชั้นนำทั่วโลกที่จะขนนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาประชันกัน และในปีนี้บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ถือโอกาสใช้เวทีนี้เปิดตัว “แซนดี้ บริดจ์” โพรเซสเซอร์รุ่นที่ 2 ที่รองรับการใช้งานแบบมัลติมีเดียและกราฟฟิกชั้นสูงได้เต็มขั้น
ชีวิตลํ้าๆ กับแซนดี้ บริดจ์
มูลี อีเดน รองประธานอินเทล และผู้จัดการทั่วไปกลุ่มคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า การพัฒนาแซนดี้ บริดจ์ ขึ้นครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในปัจุบันที่เน้นการใช้งานที่ “จริง” มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานที่มีกราฟฟิกสูงมาก เช่น การเล่นเกม การปรับแต่งภาพ การดูหนัง 3 มิติ เป็นต้น ซึ่งแซนดี้ บริดจ์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลให้เร็วและแรงกว่าเดิม รวมทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าโพรเซสเซอร์แบบเดิม
“ทุกอย่างเกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า Consumer is a king ซึ่งทำให้อินเทลพยายามคิดและนำเสนอเทคโนโลยีที่จะช่วยให้การใช้งานคอมพิวเตอร์มีความรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานด้านเอนเตอร์เทนเมนต์ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของทุกคนไปแล้ว”อีเดน กล่าว
คาเรน เรจีส ผู้อำนวยการด้านการตลาดกลุ่มคอมพิวเตอร์ คอนซูเมอร์ อินเทล ขยายความว่า เทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่อินเทลพัฒนาขึ้นนั้นมุ่งในเรื่องของขนาดที่เล็กลง แต่มีความจุเพิ่มขึ้นและทำงานได้หลากหลายมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนจากการเปลี่ยนผ่านจากคอร์ไอ 5 สู่ คอร์ไอ 7 ที่ชิปเซตนั้นมีขนาดเล็กลง แต่รองรับการทำงานได้ “ใหญ่” กว่าเดิม ที่ทำให้ผู้ใช้ได้ใช้งานหลากหลาย (Multi Task) ได้ในเวลาเดียวกันโดยไม่สะดุด
ทั้งนี้ เพราะการใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกวันนี้มุ่งเน้นเพื่อความบันเทิง อินเทลจึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตภาพยนตร์ เพื่อให้มีคอนเทนต์หลากหลายนำเสนอต่อผู้บริโภค ซึ่งในอนาคตจะมีคอนเทนต์ที่พรีเมียมและมากกว่าภาพยนตร์ และรับรองว่าแตกต่างกว่าคอนเทนต์ที่อยู่ในตลาดแน่นอน
อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าเจเนอเรชันที่ 2 ยังมีความไฮเทคมากขนาดนี้ จึงมีคำถามเล่นๆ กับเรจีส ว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับเจเนอเรชันต่อไป แต่ เรจีส บอกว่าทุกอย่างยังเป็นความลับที่ต้องติดตามกันต่อไป
ตามติดตัวตนดิจิตอล
ทอน สตีนแมน รองประธานกลุ่มสถาปัตยกรรมและผู้จัดการทั่วไปแผนกซอฟต์แวร์ฝังตัว กล่าวว่า เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคขยับสู่ “ดิจิตอล คอนซูเมอร์” ภารกิจของอินเทล คือ การเชื่อมต่อผู้บริโภคเข้าสู่โลกดิจิตอลผ่านซอฟต์แวร์ฝังตัวที่อยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ รถยนต์ ที่ก้าวสู่ความเป็นรถยนต์อัจฉริยะมากขึ้น ดังนั้นในปีนี้ อินเทลจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ฝังตัวที่ช่วยให้ยานพาหนะมีความไฮเทคมากขึ้น รวมไปถึงการเชื่อมเทคโนโลยีให้อยู่บนการทำงานของอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว
เรนี เจมส์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มซอฟต์แวร์และบริการ ที่กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการพัฒนาซอฟต์แวร์ คือ การทำให้ซอฟต์แวร์มีความปลอดภัยจากการถูกโจมตีให้มากขึ้น และมีเป้าหมายพัฒนาเพื่อซัพพอร์ตทุกผลิตภัณฑ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงการพัฒนาแอพพลิเคชันต่างๆ ให้รองรับการใช้งานมากที่สุด
ยกระดับสู่สมาร์ตไลฟ์
ไบรอัน เดวิด จอห์นสัน หัวหน้าฝ่ายสถาปัตยกรรมคอนซูเมอร์ ฉายภาพว่าอีก 1 ทศวรรษข้างหน้า โทรทัศน์จะไม่ใช่อุปกรณ์ที่แขวนบนกำแพงบ้านเหมือนที่ผ่านมา แต่จะกลายเป็น “สมาร์ตทีวี” ที่สามารถดูทีวี เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เล่มเกม และใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ในเครื่องเดียว เห็นได้ชัดเจนจากการที่ผู้ผลิตทีวีรายใหญ่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโซนี่ ซัมซุง และแอลจี ต่างหันมาให้ความสำคัญการนำเสนอสมาร์ตทีวีอย่างชัดเจนในปีนี้ และการมุ่งสู่สมาร์ตทีวีนั้น แน่นอนว่ากระบวนการทำงานที่เกิดขึ้นต้องมีชิปเซตเป็นพื้นฐานสำคัญ
ไม่เพียงแต่สมาร์ตทีวีเท่านั้น ปัจจุบันการที่เทคโนโลยีหลอมรวมแบบคอนเวอร์เจนซ์ ส่งผลให้โลกก้าวสู่ยุคของบรอดแบนด์+บรอดคาสต์ คือ การเสพความบันเทิงครบวงจรผ่านอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว นั่นหมายความว่าระบบประมวลผลในอุปกรณ์นั้นจะต้องมีความพร้อมสูงมากที่จะรองรับการทำงานหลากหลาย หรือเท่ากับว่าอินเทลจะยิ่ง “อินไซด์” ชีวิตผู้บริโภคมากขึ้น
จอห์นสัน กล่าวว่า สิ่งสำคัญของโลกเทคโนโลยี คือ การเชื่อมต่อผู้คนหลากเชื้อชาติ ต่างภาษาจากทุกมุมโลก ดังนั้นในอนาคตผู้ผลิตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ บริการ คอนเทนต์ จะต้องทำงานร่วมกันมากขึ้น เพื่อเข้าใจและตอบความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดัก เดวิส รองประธานและผู้จัดการทั่วไปกลุ่มเน็ตบุ๊กและแท็บเล็ต กล่าวว่า แม้ทุกวันนี้ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต จะได้รับความนิยมสูงขึ้น และกำลังกลายเป็นอุปกรณ์ที่หลายคนเชื่อว่าจะเข้ามาแทนที่เน็ตบุ๊ก แต่อินเทลเชื่อว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ที่ตลาดเน็ตบุ๊กจะหายไป โดยยกตัวอย่างว่า หากมีใครยื่นข้อเสนอว่าให้แลกเปลี่ยนแท็บเล็ต กับเน็ตบุ๊ก กว่า 90% จะปฏิเสธ เพราะความเป็นจริงคือ ผู้บริโภคเลือกที่จะใช้อุปกรณ์ทั้งสองอย่างควบคู่กันไปมากกว่า ที่จะหันไปใช้แท็บเล็ตแล้วเลิกใช้เน็ตบุ๊กไปเลย ด้วยว่าสุดท้ายแล้วเน็ตบุ๊กก็ยังทำงานได้มากกว่า และผู้ผลิตเน็ตบุ๊ก ต่างพยายามเพิ่มลูกเล่นให้เน็ตบุ๊กยิ่งทิ้งห่างสมาร์ตโฟนออกไปอีก ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า ความสามารถในการรองรับการใช้งานด้านกราฟฟิกที่มากขึ้น แพลตฟอร์มที่มีความปลอดภัยสูงขึ้น
จึงไม่แปลกใจที่อินเทลจะเข้าไปอินไซด์อยู่ในชีวิตประจำวันของใครหลายคน เพราะอุปกรณ์ที่เป็นสะพานเชื่อมต่อเข้าสู่โลกแห่งเทคโนโลยีนั้นไม่สามารถขาด “สมองกล” ได้เลย







