
ยุโรปเมินผ่อนผันห้ามนำเข้าผักไทย
เกษตรฯลั่นเร่งแก้ปัญหาให้จบ ไม่เกิน6เดือนได้ส่งออกใหม่
โพสต์ทูเดย์
— อียู เมินผ่อนผันห้ามนำเข้าผักไทย เกษตรฯ เร่งแก้สางปัญหา หวังสถานการณ์คลี่คลายภายใน 36 เดือนนายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการแก้ปัญหาสุขอนามัยพืชสินค้าผักสดส่งออกไปสหภาพยุโรป (อียู) หลังจากได้รับการแจ้งเตือนว่าตรวจพบแมลงกักกันในพืช 16 ชนิด กรมวิชาการเกษตรได้ไปเข้าพบสหภาพยุโรป เพื่อเจรจาขอผ่อนผันมาตรการห้ามนำเข้า
สำหรับผลการเจรจา อียูไม่ยอมผ่อนผันการสั่งห้ามนำเข้า แต่ไม่ขัดข้องหากประเทศไทยจะขอหยุดการส่งออกสินค้าชั่วคราว จนกว่าจะสามารถปรับปรุงแก้ไขปัญหา โดยขอให้มีหนังสือเป็นทางการจาก รมว.เกษตรฯ ภายในเดือน ม.ค.นี้
ดังนั้น นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ จะทำหนังสือถึงอียูก่อนวันที่ 15 ม.ค. เพื่อแจ้งถึงมาตรการที่ทางการไทยจะดำเนินการในประเทศ โดยการระงับการส่งออกพืชที่อียูแจ้งไว้ทั้งหมด เพื่อมาทบทวนมาตรการอีกรอบ หากผลที่ออกมายังไม่เป็นที่น่าพอใจ จะประสานกับอียูให้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบก่อนที่จะอนุมัติส่งออกเป็นรายๆ ไป
“
เรื่องนี้ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบแล้ว ระหว่างที่ระงับการส่งออกหากเอกชนรายใดลักลอบส่งออก จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด และขึ้นบัญชีดำไว้” นายศุภชัย กล่าวทั้งนี้ จะมีการประกาศระงับการส่งออกในวันที่ 1 ก.พ. จากนั้นจะใช้เวลาในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาไม่เกิน 36 เดือน
พืชที่ถูกห้ามนำเข้า ได้แก่ กะเพรา โหระพา แมงลัก ยี่หร่า พริกหยวก พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู มะเขือเปราะ มะเขือยาว มะเขือม่วง มะเขือเหลือง มะเขือขาว มะเขือขื่น มะระจีน มะระขี้นก และผักชีฝรั่ง โดยผักที่ส่งออกมากกว่า 70% คือ มะเขือ ถั่วฝักยาว กะเพรา โหระพา มะระ และพริกหยวก เฉลี่ยเดือนละ 5 ล้านบาท
รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เตรียมเดินทางไปลงนามในพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการตรวจสอบและกักกันโรคสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ 23 ชนิดผ่านประเทศที่สาม ระหว่างไทยกับจีน โดยใช้เส้นทางสาย R3 เชียงของโม่หาน ระยะทาง 1,104 กิโลเมตร
จากข้อตกลงจะมีผลให้การขนส่งผลไม้ในเส้นทางดังกล่าวต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช โดยผลไม้ที่ส่งออกของ 2 ประเทศ จะต้องเป็นผลไม้ที่มีคุณภาพ ปลอดจากโรคและศัตรูพืช ไม่มีการปลอมปนผลไม้ของประเทศอื่น เมื่อไปถึงประเทศปลายทางก็ไม่ต้องตรวจ สอบซ้ำอีก







