posttoday
“ดีป้า”เผยไทยยังจดสิทธิบัตรด้านดิจิทัลน้อย

“ดีป้า”เผยไทยยังจดสิทธิบัตรด้านดิจิทัลน้อย

15 กุมภาพันธ์ 2566

ขณะที่เวียดนามจดสิทธิบัตรด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชี้ ไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเลย์ เร่งคนไทยสร้างนวัตกรรมของตนเอง

นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่า การจดสิทธิบัตรด้านดิจิทัลประเทศไทยกำลังถูกเวียดนามเป็นคู่แข่ง เนื่องจากประเทศไทยมีการจดสิทธิบัตรน้อยมากเมื่อเทียบกับเวียดนามที่มีการจดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำนวนการจดสิทธิบัตรส่งผลต่ออันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล 

 

ปัจจุบันทั่วโลกมีการจดสิทธิบัตรประมาณ 3 ล้านฉบับ แต่เป็นของไทยจำนวนน้อย ไม่ถึงหมื่นฉบับ ดีป้า จึงพยายามเข้าไปส่งเสริมผ่านมาตรการ คูปองดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการยื่นขอรับหรือจดสิทธิ ซึ่งในพอร์ทของดีป้ามีสตาร์ทอัปอยู่ประมาณ 140 บริษัท และมีการลงทุนของนักลงทุนหรือวีซีไปแล้วประมาณ 4,000 ล้านบาท  เป็นการลงทุนในระยะเริ่มต้นนั้น

 

มีเงื่อนไขว่าต้องมีการไปยื่นจดสิทธิบัตร เพื่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศด้วย ขณะที่ในส่วนของคนหรือบริษัท ที่เข้าไม่ถึงเงินทุน แต่ต้องการจดสิทธิบัตร ดีป้าได้จัดทำโครงการ ไอพี วอชเชอร์ ขึ้น ด้วยการสนับสนุนงบประมาณสูงสุด 1แสนบาทต่อราย เชื่อว่าจะ ช่วยเรื่องจดสิทธิบัตรของไทย มีทิศทางที่ดีขึ้นได้
 

 

“การเสริมความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการ และมาตรการคูปองดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการยื่นขอรับ หรือจดสิทธิบัตรในทรัพย์สินทางปัญญาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลของไทย นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านเศรษฐกิจ และโอกาสต่อยอดองค์ความรู้ สร้างความเชื่อมั่นในระบบ เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศ”

 

นายณัฐพล กล่าวว่า อีกโครงการหนึ่งที่จะเป็นตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรมของผู้ประกอบการไทยคือ โครงการไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเลย์ ซึ่งตั้งอยู่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยโครงการนี้จะเป็นที่ตั้งด้านนวัตกรรมของประเทศชั้นนำ เป็นความร่วมมือระหว่างคนไทยและต่างชาติ เชื่อว่าจะช่วยสร้างให้เกิดนวัตกรรมใหม่ที่เป็นของคนไทยและมีสิทธิบัตรได้ไม่ยาก
 

 

สำหรับสิทธิบัตรด้านดิจิทัลที่ยื่นในประเทศเป็นผู้ประดิษฐ์หรือผู้ถือสิทธิเอกชนต่างชาติ และเป็นการขยายการขอรับสิทธิบัตรที่มีอยู่แล้วในต่างประเทศ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองในประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยตระหนักถึงการคุ้มครองและการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงเน้นการส่งเสริมให้เกิดการค้นคว้าวิจัยเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ จนนำไปสู่การมีทรัพย์สินทางปัญญาที่คนไทยเป็นเจ้าของสิทธิมากยิ่งขึ้น

 

ที่ผ่านมาดีป้าได้มีส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยยื่นขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตรด้านดิจิทัลไปแล้วกว่า 40 โครงการ ครอบคลุมประเภท สิ่งประดิษฐ์ด้านการเกษตร การแพทย์ อุตสาหกรรม เป็นต้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการ 7 โครงการ ได้แก่ โครงการจดสิทธิบัตร PATENT โรงเรือนเกษตรดิจิทัล บริษัท ฟาร์มดี เอเชีย, โครงการ “การจดสิทธิบัตร PATENT Forklift Reader” บริษัท เอเซนเทค (ประเทศไทย) จำกัด

 

โครงการ VR Sphere: การจดสิทธิบัตรเรื่อง Sphere Assembly บริษัท เอ็กซ์ซี จำกัด,โครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์  AI in a box และการสอบเทียบมาตรฐาน บริษัท ไพน์แอปเปิ้ลวิชั่นซิสเต็มส์ จำกัด,โครงการ My Band แพลตฟอร์มจองวงดนตรีถูกลิขสิทธิ์ บริษัท มาย เเบนด์ คอร์เปอร์เรชั่น

 

โครงการ ติดตามและจัดเก็บสินค้ากลางแจ้งแบบแม่นยำและมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี IoT บริษัท เทคโลจิสติกส์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด และโครงการเซ็นแอร์มาร์ค หมุดควบคุมภาคพื้นอัจฉริยะขนาดพกพา บริษัท เซ็นโทร  วิชัน จำกัด
 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน