posttoday
คาดส่งออกปี 53 ขยายตัว 9.0-12.0%

คาดส่งออกปี 53 ขยายตัว 9.0-12.0%

19 มกราคม 2553

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์แนวโน้มส่งออกปี 53 อาจขยายตัว 9.0-12.0% นำโดยสินค้าโภคภัณฑ์ อาหาร และ Hi-Tech

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์แนวโน้มส่งออกปี 53 อาจขยายตัว 9.0-12.0% นำโดยสินค้าโภคภัณฑ์ อาหาร และ Hi-Tech

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์แนวโน้มการส่งออกของไทยในปี 2553 ว่า จะสามารถพลิกกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ประมาณ 9.0-12.0% จากที่หดตัวลง 14.2% ในปี 2552 โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 1.66-1.71 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จาก 1.52 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2552 แต่คาดว่าจะยังไม่สามารถกลับไปถึงระดับที่ไทยเคยส่งออกได้สูงสุดในช่วงปี 2551 ที่มีมูลค่า 1.77 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ การส่งออกที่ลดลงอย่างมากมีผลให้มูลค่าจีดีพีของไทยในปี 2552 สูญหายไปถึง 7.3%

หากจำแนกตามกลุ่มสินค้า คาดว่า สินค้าที่น่าจะส่งออกได้ในเกณฑ์ดีน่าจะอยู่ในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ สินค้าอาหาร และสินค้ากลุ่ม Hi-Tech โดยสินค้าส่งออกที่คาดว่าจะมีแนวโน้มขยายตัวได้ค่อนข้างสูง (มากกว่า 10%) อาทิ ข้าว ยางพารา น้ำมันสำเร็จรูป โลหะพื้นฐาน ผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์และส่วนประกอบ ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งมีแนวโน้มราคาสูงขึ้น และสินค้าที่มีการหดตัวลงอย่างรุนแรงในปีที่ผ่านมา

ส่วนสินค้าส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวดีในระดับปานกลาง (ระหว่าง 5-10%) ได้แก่ สินค้าอาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์กุ้ง สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) เม็ดพลาสติก สำหรับสินค้าที่อาจมีโอกาสขยายตัวแต่ยังต้องระมัดระวัง ได้แก่ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง เนื่องจากสภาพตลาดมีการแข่งขันสูง และไทยค่อนข้างเสียเปรียบด้านต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อเทียบกับคู่แข่งหลักอย่างเวียดนามและจีน ส่วนสินค้าบางกลุ่มการส่งออกอาจยังเผชิญปัญหา โดยเฉพาะในด้านการแข่งขัน เช่น เฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์พลาสติก เป็นต้น

อย่างไรก็ดี การส่งออกของไทยในปี 2553 ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง เช่น ความต่อเนื่องของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก ที่ยังคงเปราะบาง ซึ่งอาจคาดหวังการเติบโตของตลาดผู้บริโภคในประเทศกลุ่มนี้ได้ไม่มากนัก ขณะเดียวกันกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ แม้มีแนวโน้มเติบโตสูง แต่ยังมีความเสี่ยงให้ด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การใช้มาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้นของประเทศคู่ค้าก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมปรับตัวเพื่อรับมือ

แนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาทจากผลของการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมส่งออกค่อนข้างมีความกังวล นอกจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศแล้ว ปัจจัยภายในที่ต้องให้ความสำคัญ คือ ประเด็นในด้านศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งในบางอุตสาหกรรมไทยค่อนข้างเสียเปรียบเมื่อต้องแข่งขันด้านราคา ขณะที่ความกังวลต่อปัจจัยการเมืองภายในประเทศของไทยก็อาจเป็นสิ่งที่มีผลต่อความมั่นใจของผู้นำเข้าในต่างประเทศต่อการส่งมอบสินค้าของผู้ผลิตไทย ซึ่งอาจทำให้มีการกระจายคำสั่งซื้อไปสู่ประเทศอื่นๆ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยง

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน