posttoday
ชัยวุฒิเผยโครงสร้างภาษีรถยนต์แบบใหม่คลอดใน1-2เดือน

ชัยวุฒิเผยโครงสร้างภาษีรถยนต์แบบใหม่คลอดใน1-2เดือน

11 มกราคม 2554

ชัยวุฒิ ระบุปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์เสร็จทันรัฐบาลชุดนี้แน่นอน คาด 1-2 เดือนจะพิจารณาเสร็จ พร้อมให้เวลาค่ายรถยนต์ปรับตัว 2 ปี

ชัยวุฒิ ระบุปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์เสร็จทันรัฐบาลชุดนี้แน่นอน คาด 1-2 เดือนจะพิจารณาเสร็จ พร้อมให้เวลาค่ายรถยนต์ปรับตัว 2 ปี

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า มั่นใจว่าการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ โดยเน้นเรื่องการการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และความปลอดภัย แทนการคิดภาษีจากขนาดของเครื่องยนต์ (ซี.ซี.) จะเสร็จทันภายในรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน เพราะขณะนี้อยู่ในขั้นตอนให้กระทรวงการคลังพิจารณารายละเอียด และคาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้จะแล้วเสร็จ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง ได้เห็นด้วยในหลักการไปแล้ว

ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าว เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจะให้เวลาแก่ค่ายรถยนต์ในการปรับตัวประมาณ 2 ปี  เพราะเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับด้านการใช้พลังงานทดแทน หรือการประหยัดพลังงาน ค่ายรถยนต์ทุกค่ายก็มีกันอยู่แล้ว จึงไม่น่าต้องให้เวลาในการปรับตัวนาน

ส่วนหลักการในการปรับโครงสร้างภาษี จะเน้นไม่ให้กระทบกับรถยนต์ที่ได้รับการส่งเสริมก่อนหน้านี้อยู่แล้ว เช่น รถกระบะ หรือรถยนประหยัดพลังงานมารตรฐานสากล (อีโคคาร์) อย่างแน่นอน รวมถึงต้องไม่ให้กระทบต่อรายได้ของรัฐด้วย

"โครงสร้างภาษีใหม่ จะไม่เจาะจงว่าให้กับรถประเภทใดโดยเฉพาะ แต่จะพูดถึงในภาพรวม และจะทำให้ไม่กระทบต่อรถยนต์ที่ได้รับการส่งเสริมอยู่แล้ว หรือทำให้อุตสาหกรรมที่มีอยู่ด้อยลง"นายชัยวุฒิ กล่าว

นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างทางภาษีใหม่ ควรจะเร่งทำให้เสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเรื่องนี้อาจจะต้องหลุดออกไป หรือต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ เนื่องจากนานๆ ครั้ง จะมีนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีกระทรวงการคลังมาจากพรรคเดียวกัน

สำหรับเป้าหมายการผลิตรถยนต์ในปี 2554 น่าจะอยู่ที่ระดับ 2 ล้านคัน เนื่องจากค่ายรถยนต์ได้ขยายกำลังการผลิตรองรับคำสั่งซื้อรถยนต์  ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศประมาณ 9 แสนคัน เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2553 เนื่องจากค่ายรถยนต์มีการเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น เช่น ค่ายฮอนด้ามีการเพิ่มสายการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) ที่จะออกวางตลาดในช่วงกลางปี 2554 และในช่วงครึ่งปีหลังปีจะมีรถกระบะรุ่นใหม่ๆออกมาเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ถ้าหากประเทศไทยมียอดผลิตรถยนต์รวม 2 ล้านคันก็น่าจะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยอยู่ที่อันดับ 11-12 ของโลก แต่หากยอดผลิตรถยนต์ของไทยขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.5 ล้านคันก็จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยขยับขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ส่วนอันดับหนึ่งก็ยังเป็นประเทศจีน เพราะมีตลาดขนาดใหญ่มาก

“ปีนี้ตลาดรถเล็กมาแรงเพราะราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเป็นตัวแปรสำคัญทำให้คนเมืองหันมาใช้รถเล็กที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น ล่าสุดผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ต้องรอจองนานเฉลี่ย 3 เดือนจากปกติที่จองนานแค่ 1 เดือนเท่านั้น โดยเฉพาะยอดจองรถนิสสันมาร์ชต้องรอจองนานถึง 4-5 เดือน”นายวัลลภ กล่าว

สำหรับการขยายกำลังการผลิตของค่ายรถยนต์ จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์มีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โดยการตั้งโรงงานใหม่ 1 แห่ง จะมีความต้องการแรงงานประมาณ 4,000-5,000 คน รวม ของหลายค่ายแล้ว น่าจะมีความต้องการแรงงานรวมประมาณ 1 แสนคน

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย