
สธ.เผยหวัด2009มีแนวโน้มระบาดเพิ่ม
สธ.เผย หวัด 2009 มีแนวโน้มระบาดเพิ่ม เตือนกลุ่มเสี่ยงเร่งรับวัคซีนป้องกัน
สธ.เผย หวัด 2009 มีแนวโน้มระบาดเพิ่ม เตือนกลุ่มเสี่ยงเร่งรับวัคซีนป้องกัน
นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ขณะนี้พบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่มสูงขึ้น โดยจากการเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคไข้หวัดและโรคปอดบวมที่เข้ารักษาในโรงพยาบาล พบเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่มขึ้นทั้ง 2 กลุ่ม โดยในส่วนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่พบ 10% ขณะที่ผู้ป่วยโรคปอดบวมพบ 15% จากเดิมที่พบอัตราการติดเชื้อทั้ง 2 กลุ่มในช่วงที่มีการแพร่ระบาดเพียงแค่ 4-5% เท่านั้น
"แสดงให้เห็นว่าขณะนี้เริ่มเข้าสู่การแพร่ระบาดระลอก 2 แล้ว โดยเฉพาะในส่วนภาคเหนือที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก เช่นเดียยวกันกับการรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น" นพ.มานิต กล่าว
ทั้งนี้เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย และในรอบสัปดาห์นี้มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย รายแรกเป็น หญิงอายุ 37 ปี อยู่ จ.เชียงใหม่ ไม่มีประวัติโรคประจำตัว และรายที่ 2 เป็น ชายอายุ 82 ปี จ.อยุธยา ป่วยด้วยโรคถุงลมโป่งพอง ความดันโลหิตสูง รวมขณะนี้ไทยมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อหวัด 2009 แล้ว 198 ราย ทั้งนี้ขอฝากเตือนไปยังกลุ่มเสี่ยงต่างๆด้วยว่า ไม่ควรนิ่งนอนใจ และควรที่จะรีบรับวัคซีนเพื่อป้องกันไว้ก่อน
นพ.มานิต กล่าวว่า สำหรับอาการข้างเคียงของผู้ได้รับวัคซีนนั้นพบว่า มี 1 รายที่มีอาการปากด้านซ้ายเบี้ยวจากความผิดปกติของเส้นประสาทสมองเส้นที่ 7 ซึ่งพบได้ทั่วไปอยู่แล้วประมาณ 2 ใน 1 หมื่นคน ขณะนี้ได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา คาดว่าอาการจะดีขึ้นใน 1–2 เดือน เบื้องต้นคาดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับวัคซีน
ด้านนพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ได้รับรายงานผู้รับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ในกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง 5 กลุ่ม ตั้งแต่วันที่ 11 -19 ม.ค. 2553 รวมทั้งสิ้นแล้ว 1.5 หมื่นราย โดยเป็นบุคลากรทางการแพทย์ 1.1 หมื่นราย หญิงตั้งครรภ์ 1,971 ราย ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 1,705 ราย ภาพรวมถือว่ายอดผู้รับการฉีดวัคซีนยังต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เนื่องจากยังส่งรายงานไม่ครบ 76 จังหวัด ซึ่งในสัปดาห์นี้ ได้กำชับให้ทุกจังหวัดที่ให้บริการฉีดวัคซีน ได้ส่งรายงานไปที่กรมควบคุมโรค เพื่อประเมินความครอบคลุม และติดตามผลข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนอย่างใกล้ชิด
สำหรับในการประชุม สำนักโรคติดต่อทั่วไป ได้รายงานผลการดำเนินงานการให้บริการวัคซีนในช่วงสัปดาห์แรก ระหว่างวันที่ 11-15 ม.ค. 2553 โดยมีรายงานเข้ามา 56 จังหวัดพบว่ามีคนอ้วน 107 ราย ผู้พิการ 84 ราย ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 1,705 ราย โดยจังหวัดที่ให้บริการมากที่สุด ได้แก่ เชียงราย 1,638 ราย บุรีรัมย์ 1,010 ราย อุดรธานี 805 ราย สกลนคร 634 ราย และลำปาง 602 ราย
นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวว่า ได้ย้ำให้โรงพยาบาลทุกแห่งเฝ้าระวังความปลอดภัย และต้องให้คำแนะนำอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ผู้ที่มีอาการสงสัยสามารถแจ้งอาการผิดปกติที่โรงพยาบาลที่รับบริการฉีดได้ 24 ชั่วโมง โดยในวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดศูนย์รับแจ้งอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน หรือคอล เซ็นเตอร์ (Call Center) เพิ่มเติมอีก 16 หมายเลข ในเขตกทม.แจ้งที่หมายเลข 082–7881619-20 ต่างจังหวัดแจ้งได้ที่ 082-7881621-34 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนได้เข้าถึงบริการคำแนะนำอย่างเต็มที่







