
คมนาคมเซ็งศาลาน้ำร้อนบุกกระทรวง
โพสต์ทูเดย์
— กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตลาดศาลาน้ำร้อนเตรียมบุกคมนาคม ค้านเปิดประมูลตลาดใหม่ เกรงกระทบรายเดิมนายอนุรักษ์ บุญแสงทิพย์ หนึ่งในแกนนำผู้ค้าตลาดธนบุรี หรือตลาดสถานีธนบุรี (บางกอกน้อย) หรือตลาดศาลาน้ำร้อน เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 ม.ค. กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตลาดศาลาน้ำร้อนจะมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมที่กระทรวงคมนาคม เนื่องจากไม่พอใจที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะเปิดประมูลให้เอกชนรายใหม่เข้ามาบริหารพื้นที่ตลาดแห่งนี้
เนื่องจากมีข่าวกระแสข่าวว่าเอกชนรายใหม่เตรียมลงทุนปรับปรุงตลาดใหม่อีก 300400 ล้านบาท จึงเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ค้ารายเดิม รวมทั้งเกรงว่าจะได้รับผลกระทบในระหว่างที่มีการก่อสร้าง ทั้งๆ ที่ตลาดแห่งนี้ ร.ฟ.ท.ได้ปรับปรุงอยู่ในสภาพดี จึงเห็นว่าหากให้เอกชนเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบต่ออัตราค่าเช่าพื้นที่ จึงขอเรียกร้องให้มีการต่อสัญญากับเอกชนรายเดิม คือ บริษัท ยูไนเต็ด โกลเบิล เอเยนซี (ประเทศไทย )
ด้านนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า บริษัท ยูไนเต็ด โกลเบิลฯ ค้างหนี้ค่าเช่า ร.ฟ.ท.อยู่ประมาณ 74 ล้านบาท แต่หากบริษัท ยูไนเต็ด โกลเบิลฯ มาเคลียร์หนี้ที่ค้างอยู่ก่อน ก็พร้อมจะพิจารณาเสนอบอร์ดเพื่อขออนุมัติต่อสัญญาได้ทันทีไม่ขัดข้อง พร้อมปฏิเสธว่า รฟท.ไม่มีแผนที่จะปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้ และผู้ค่ารายเดิมจะไม่ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
“ นายยุทธนากล่าวที่ผ่านมา มีข่าวว่าจะมีนายทุนกลุ่มใหม่เข้ามาบริหารพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่จริงๆแล้ว รฟท.ต้องการบริหารจัดการพื้นที่เอง เพื่อให้การจัดเก็บราได้เข้า รฟท.อย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ยืนยันได้ว่าไม่มีแผนที่จะปรับปรุงหรือลงทุนในตลาดแห่งนี้ เพราะไม่ต้องการทำให้ผู้ค้ารายเดิมได้รับผลกระทบ แต่ต้องการบริหารการจัดเก็บค่าเช่าให้ได้อย่างเต็มที่เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมา รฟท.ได้มีสัญญาให้เอกชนรายนี้เข้ามาบริหารพื้นที่ระยะเวลา 10 ปีซึ่งครบกำหนดแล้ว
ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ในเร็วๆนี้ จะต้องเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบถามว่า ปัญหาเกิดจากส่วนใด อย่างไร ต้องๆไปดูในรายละเอียดก่อน ส่วนที่มีการระบุว่าการเมืองเข้าไปสั่งการในเรื่องนี้ ขอปฏิเสธว่าไม่เคยมีคำสั่งการใดๆจากตนเองในเรื่องนี้ แต่ก็รับปากว่าเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดของเรื่องนี้ก่อน
ด้านนายกำพล เกิดอยู่ กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหาร บริษัทยูไนเต็ดฯ กล่าวว่า พร้อมจะชำระค่าเช่าค้าจ่ายให้กับ รฟท. แต่ต้องการเคลียร์ตัวเลขค้างจ่ายที่ไม่ตรงกัน เพราะ รฟท.ประเมินไว้ 70 ล้านบาท แต่บริษัทฯเห็นว่า อาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง น่าจะอยู่ที่ 59 ล้านบาท ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือเพื่อขอเจรจากับทาง รฟท. เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2553 และ 7 ม.ค.2554 แต่กลับไม่เคยถูกเรียกให้ไปพูดคุย รวมทั้งยอมรับในข้อเสนอที่รฟท.ได้ว่าจ้างบริษัทไนท์ แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาประเมินราคาสินทรัพย์ก่อนหน้านี้แล้ว







