
ธนาลาดีแทคซบแม็คยีนส์
ธนา เธียรอัจริยะ ประกาศลาออกจากดีแทค มีผลสิ้นเดือน เม.ย. นี้ แจงต้องการความท้าทายใหม่ พร้อมโจนเข้าสู่วงการแฟชั่น ยีนส์
ธนา เธียรอัจริยะ ประกาศลาออกจากดีแทค มีผลสิ้นเดือน เม.ย. นี้ แจงต้องการความท้าทายใหม่ พร้อมโจนเข้าสู่วงการแฟชั่น ยีนส์
นายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า นายธนา เธียรอัจฉริยะ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มกลยุทธ์และกิจการองค์กร เรียบร้อยแล้วและจะมีผลสิ้นเดือน เม.ย. นี้ อย่างไรก็ตาม นายธนา ได้ตกลงรับตำแหน่งใหม่ในฐานะ ที่ปรึกษา ของบริษัทต่อไป แม้ว่าจะลาออกไปแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ นายธนา ได้ทำงานในบริษัทฯ มาเกือบ 15 ปี โดยมีผลงานที่โดดเด่น โดยเฉพาะความสำเร็จของภารกิจสำคัญ คือ การผลักดันจนกระทั่งดีแทคได้รับการอนุมัติ จาก กสท. โทรคมนาคม ให้ปรับปรุงเครือข่ายในย่านความถี่ 850 เมกะเฮิร์ตซ์ เพื่อให้บริการทดลองใช้ 3จี 1,220 สถานีฐาน เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทฯ รอคอยมานาน
นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มกลยุทธ์และกิจการองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า การลาออกในครั้งเนื่องจากต้องการหาความท้าทายใหม่ให้กับตัวเอง ไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ ในบริษัทฯ โดยจะเข้าไปรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดให้กับ บริษัท พีเค การ์เมนท์ (อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต) ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย กางเกงยีนส์ แบรนด์ แม็คยีนส์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทำงานได้ในเดือน มิ.ย. นี้
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในประเทศไทยนับต่อจากนี้ไปอีก 1 – 2 ปี จะไม่มีความเปลี่ยนแปลง หรือความท้าทายอะไรใหม่ๆ เนื่องจากยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ กสทช. เข้ามาดำเนินการ และเมื่อมีการแต่งตั้งแล้ว ก็ต้องมาแก้ปัญหาเรื่องสัมปทานที่กำลังจะหมดอายุลงของผู้ให้บริการเครื่อข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมถึงการออกใบอนุญาติ 3จี คาดว่าเมื่อถึงเวลานั้นหากยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องสัมปทานและใบอนุญาติต่างๆ จะก่อให้ความวุ่นวายขึ้นอย่างมหาศาลในวงการโทรคมนาคมในประเทศไทย
นายทอเร่ กล่าวต่อว่า สำหรับ ผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทน นายธนา บริษัทจะประกาศรับสมัครทั้งคนจากภายในบริษัท และภายนอกบริษัทที่มีความสามารถเพียงพอ โดยจะต้องเป็นคนไทยเท่านั้น เนื่องจากตำแหน่งนี้จะต้องติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ การจัดการเกี่ยวกับกฎหมาย ผู้สื่อข่าว และผู้ถือหุ้น ต่างๆ ซึ่งเมื่อสรรหาผู้ที่มีความเหมาะสมได้จะประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ส่วนการเปิดให้บริการทดลองใช้ 3จี จำนวน 1,220 สถานีฐาน บริษัทจะต้องลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นการลงทุนที่ไม่สูงมากนัก เพราะบริษัทนำสถานีฐานเก่ามาพัฒนาต่อด้วยส่วนหนึ่ง และสิ่งที่บริษัทจะดำเนินการต่อจากนี้ไป คือ การติดตามการทำงานของ กสท. จะปฏิบัติต่อบริษัท และฮัทช์ ในด้านการดำเนินงานเท่าเทียมกันหรือไม่ ถ้าไม่บริษัทก็มีแผนดำเนินการต่อไป







