
‘บลจ.’อ้อนคลังเว้นภาษี
เงินออมเพื่อการเกษียณอายุ สำรองเลี้ยงชีพโยกซื้อRMF
โพสต์ทูเดย์
— สมาคม บลจ. เดินหน้าขอคลังไฟเขียว สมาชิกโอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปลงทุนกองทุน RMF ไม่เสียภาษี เหตุลงทุนเพื่อเกษียณเช่นกันน.ส.อารยา ธีระโกเมน กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ ในฐานะประธานกลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมสรรพากรยังไม่ยกเว้นภาษีให้กับเงินที่ออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วไปลงทุนต่อในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ซึ่งทางสมาคมจะผลักดันเรื่องนี้ต่อไป
“
เรามองว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุน RMF มีวัตถุประสงค์ในการออมเพื่อการเกษียณเช่นเดียวกัน ประโยชน์ทางภาษีที่รัฐให้ไว้ 15% และไม่เกิน 5 แสนบาท ก็ยังให้นับประโยชน์รวมกัน เมื่อเงินลงทุนส่วนนี้ไม่ได้ออกไปจากระบบการออมเพื่อการเกษียณอายุตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ก็น่าจะได้รับยกเว้นภาษีเช่นเดียวกัน” น.ส.อารยา กล่าวทั้งนี้ หากเงินนั้นยังคงอยู่ในระบบการออมแล้วค่อยไปถอนออกตามเงื่อนไข คือ อายุ 55 ปี และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
อย่างไรก็ตาม สมาคมมองว่าหากรัฐยกเว้นภาษีดังกล่าวให้จะเป็นประโยชน์กับผู้ลงทุนเอง และยังช่วยลดภาระของรัฐบาลในอนาคตได้อีก หากคนกลุ่มนี้มีการออมเพื่อเกษียณอายุเพื่อตัวของเขาเองได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ปัจจุบัน
ประธานกลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กล่าวว่า ในส่วนของการเปิดให้สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ออกจากงานก่อนเกษียณอายุตามข้อบังคับของกองทุน สามารถคงเงินหรือผลประโยชน์ไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่อไปจนอายุครบตามเกณฑ์การเกษียณอายุ และได้รับเงินหรือผลประโยชน์ที่คงไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโดยได้รับยกเว้นภาษี
นอกจากนี้ ยังรวมถึงคนที่เกษียณแล้วสามารถคงเงินไว้ที่กองทุนเดิมได้ต่อ ทำให้คนที่เกษียณได้ประโยชน์ เพราะไม่ต้องรีบนำเงินออกมา หรือในกรณีที่ปีที่ครบกำหนดไถ่ถอนเงินออกแล้วหุ้นตก ก็ยังสามารถพักเงินไว้รอก่อน ไม่จำเป็นต้องนำเงินออกมาตอนที่หุ้นตก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับเงินลงทุนของตัวเองได้
น.ส.อารยา กล่าวว่า การคงเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้สิทธิภาษีเช่นเดิมนั้น น่าจะทำให้มีเงินไหลออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพลดลง เพราะน่าจะมีจำนวนสมาชิกที่ขอคงเงินไว้ต่อในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มขึ้นตามลำดับในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดการจะให้คงเงินไว้ได้กี่ปีนั้น เป็นเงื่อนไขของแต่ละบริษัทจะเป็นผู้กำหนดโดยสมาชิกที่ขอคงเงินไว้เมื่อออกจากงานแล้วแม้ชื่อจะยังติดอยู่เป็นสมาชิกกองทุนของบริษัทที่ทำงานตามกฎหมาย แต่โดยทางปฏิบัติแล้วการติดต่อกับสมาชิกที่ขอคงเงินไว้จะเป็นการติดต่อระหว่างบลจ.กับสมาชิกรายนั้น จะไม่ผ่านบริษัทที่ทำง
เสมือนหนึ่งเป้นนักลงทุนรายบุคคล







