posttoday
ผ่าแผนปฏิรูปกรุงไทย

ผ่าแผนปฏิรูปกรุงไทย

10 มกราคม 2554

...ทีมข่าวการเงิน

กรรมเก่าของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ได้เข้ามาดูแลสถาบันการเงินที่อ่อนแอ ผ่านทางกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) จนสร้างหนี้สาธารณะให้กับประเทศไว้ถึง 1.1 ล้านล้านบาท และกระทรวงการคลังต้องรับภาระจ่ายดอกเบี้ยปีละ 34 หมื่นล้านบาท

รายจ่ายมหาศาลนี้ ทำให้รัฐบาลนี้กำลังหาทางลดภาระของกระทรวงการคลังและปิดบัญชีกองทุนฟื้นฟูฯ เพราะหลังจากที่ตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝากแล้ว บทบาทของกองทุนฟื้นฟูฯ ก็จะหมดไป

ทางออกในการแก้ไขหนี้ยังไม่ชัดเจน เพราะทางกระทรวงการคลัง และ ธปท. ยังหารือกันไม่จบว่าจะทำอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ก็คือ อะไรที่เป็นสินทรัพย์ที่ขายได้เร็วก็ขอให้เปลี่ยนเป็นเงินให้เร็วที่สุด

แหล่งข่าวจาก ธปท. กล่าวว่า แนวทางการแก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ธปท.มองไว้ 3 แนวทาง คือ 1.ขายทรัพย์สินของกองทุนฟื้นฟูฯ มาใช้หนี้ โดยเฉพาะหุ้นธนาคารกรุงไทยที่มีมูลค่าถึง 1 แสนล้านบาท วิธีการขายกระทรวงการคลังอาจต้องตั้งกองทุนวายุภักษ์ 2 ขึ้นมาขายหน่วยลงทุนระดมเงินจากนักลงทุน เพื่อนำไปซื้อหุ้นธนาคารกรุงไทยจากกองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งจะช่วยไม่ให้กระทบกับราคาหุ้น และกระทรวงการคลังยังคงฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่

แนวทางที่สอง คือ การแก้ไขการบันทึกบัญชีผลประโยชน์ประจำปี จากเดิมที่ลงบันทึกผลกำไรขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงให้ลงเฉพาะผลกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงเพื่อให้มีกำไร และนำเงินไปใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 3 มากขึ้น ส่วนแนวทางสุดท้าย คือ แก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินตรา เพื่อรวมบัญชีของ ธปท. เข้าด้วยกัน นำกำไรไปใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 1 จากที่ผ่านมาไม่สามารถชำระหนี้ได้ เพราะผลการดำเนินงาน ธปท. ขาดทุน

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้จะเลือกทั้งสามแนวทาง ซึ่งการขายหุ้นธนาคารกรุงไทยทำได้ทันทีหากฝ่ายนโยบายเห็นชอบ และเป็นแนวทางที่ไม่มีฝ่ายไหนต่อต้าน ซึ่งเป็นแผนระยะสั้น แต่แนวทางที่ 2 และ 3 ต้องแก้กฎหมาย ต้องใช้เวลา จึงเป็นแผนระยะปานกลาง เพราะต้องทำความเข้าใจกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยโดยเฉพาะลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัว ที่ต่อต้านแนวทางนี้มาตลอด

หุ้นที่กระทรวงการคลังจ้องตาเป็นมันที่จะให้ขายออกไป หนึ่งในนั้นคือหุ้นของธนาคารกรุงไทย ที่กองทุนฟื้นฟูฯ ถืออยู่ 45% หากขายออกไปก็จะได้เงินเข้าคลังมากขึ้น เพราะทางกระทรวงการคลังก็ประกาศชัดๆ ว่า จะต้องจัดทำงบประมาณสมดุลให้ได้ภายในเวลา 5 ปี

แต่วิธีการเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่ากะพริบ เพราะอาจจะมีวิธีพิสดาร หรือซับซ้อนให้ต้องดูว่าจะมีใครได้ประโยชน์จากดีลนี้หรือไม่

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กระทรวงการคลังมีธนาคารเฉพาะกิจหลายแห่งที่จะเป็นมือไม้ในการดูแลเศรษฐกิจหลายแห่งแล้ว ธนาคารกรุงไทยนั้นเป็นธนาคารที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และอยู่ภายใต้กฎหมายมหาชน จึงควรจะให้แข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ไม่ควรจะให้เป็นแบงก์รัฐอีกต่อไป

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า หลักการที่จะแปรรูปธนาคารกรุงไทยให้เป็นธนาคารพาณิชย์เต็มตัวนั้นถูกแล้ว และมีหลายแนวทาง คือ อาจจะขายหุ้นออกไปเพียง 25% หรืออาจจะขายทั้ง 45% ที่กองทุนฟื้นฟูฯ ถืออยู่ก็ได้

หากขายหุ้นออกไปทั้ง 45% ให้กับรายเดียว นั่นคือการหาพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งต้องเลือกให้ดีว่าจะให้ใครเข้ามา

อีกแนวทางหนึ่งก็คือการขายหุ้นออก 25% หรือขายหมด 45% แต่จะไม่ขายให้กับรายเดียว จะขายให้กับกองทุนต่างชาติ หรือนักลงทุนรายใหญ่ที่สนใจเข้ามาซื้อหุ้นคนละส่วนเพื่อที่จะให้อำนาจการบริหารยังคงอยู่กับคนไทย และจะไม่มีผลกระทบกับพนักงาน ยังสามารถใช้เกณฑ์รัฐวิสาหกิจกับพนักงานได้

“สิ่งที่ต้องคิดถึงก็คือ หากธนาคารกรุงไทยไม่เป็นแบงก์รัฐแล้ว สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากรัฐ เช่น การจ่ายเงินเดือนข้าราชการผ่านธนาคาร การผันเงินงบประมาณ หรือเงินฝากรัฐวิสาหกิจ ก็คงจะไม่ได้รับการช่วยเหลืออีก ต้องลงไปแข่งขันกับรายอื่นเอง” นายสถิตย์ กล่าว

ว่าอย่างไรก็ดี เกิดกระแสข่าวลือในตลาดหุ้นว่า การขายหุ้นธนาคารกรุงไทยครั้งนี้เป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่พ้นมีการแสวงหาประโยชน์ปั่นหุ้นธนาคารกรุงไทยให้ขึ้นเอาๆ ในช่วงนี้

นอกจากนี้ให้จับตาดูการขายหุ้น เพราะอาจจะมีเงื่อนงำอีกหลายอย่างที่มีผู้ได้รับผลประโยชน์แอบแฝงจากการแปรรูปธนาคารกรุงไทยในครั้งนี้

เรื่องนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่การแหวกหญ้าให้งูตื่น เป็นการทำให้รู้ว่าจะทำอะไรกันนั้น อย่าคิดว่าประชาชนโง่ และมีคนจับตาดูอยู่

หลักการแปรรูปธนาคารกรุงไทยไม่ผิด แต่วิธีการขายหุ้นจะต้องโปร่งใส ไม่อย่างนั้นก็จะเข้าข่าย ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

และแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้เน้นเรื่องความโปร่งใสเป็นเรื่องตลกที่ไม่ขำ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน