posttoday
เงินบาทเริ่มต้น...ทิศทางอ่อนค่า

เงินบาทเริ่มต้น...ทิศทางอ่อนค่า

10 มกราคม 2554

...วารุณี  สิทธิถาวร

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (47 ม.ค. 2554) เงินบาทเคลื่อนไหวที่ระดับ 30.06 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันทำการแรกของปี และเริ่มปรับแข็งค่าขึ้น เนื่องจากมีแรงขายเงินเหรียญสหรัฐของกลุ่มผู้ส่งออกเข้ามาในตลาด

อย่างไรก็ดีการ แข็งค่าของเงินบาทเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐมีการแข็งค่าขึ้นเช่นกัน ภายหลังมีรายงานว่าดัชนีการผลิตของสหรัฐในเดือน ธ.ค. ออกมาดีเกินคาดและเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกัน ตามด้วยตัวเลขค่าใช้จ่ายด้านก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐกำลังดีขึ้น

อย่างไรก็ดี ภาวการณ์ลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียที่ค่อนข้างสดใสรับศักราชใหม่ ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่ค่อนข้างหนาแน่น หลังนักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและเอเชียมากขึ้น เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยที่สามารถขยับเข้าใกล้ระดับ 1,050 จุด ในช่วงระหว่างวัน ส่งผลให้เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นทดสอบระดับ 30.02 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนจะเริ่มลดช่วงบวกลง โดยเงินบาทอ่อนค่าลงสู่ระดับ 30.08 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันอังคาร และยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงต่อเนื่องตามสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค

เนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าขึ้นตอบรับข้อมูลยอดสั่งซื้อภาคโรงงานที่เพิ่มขึ้นเกินคาด ขณะเดียวกันแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐของกลุ่มผู้นำเข้าทองคำที่มีเข้ามาอย่างหนาแน่น ภายหลังราคาทองคำในตลาดโลกดิ่งลงอย่างรุนแรงกว่า 44 เหรียญสหรัฐ ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เงินบาทร่วงลงสู่ระดับ 30.16 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงบ่ายวันอังคารในช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทยังคงปรับตัวในทิศทางอ่อนค่า โดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 30.18 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงเช้าวันพุธ และมีแนวโน้มอ่อนค่าลงต่อ อันเป็นผลจากการทะยานขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐฯ ตอบรับข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯที่ออกมาอย่างแข็งแกร่ง โดย ADP Employer Services เผย ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากที่ตลาดคาดการณ์ โดยอยู่ที่ 297,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. เทียบกับ 92,000 ตำแหน่งในเดือนก่อน และยังเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับจากเริ่มมี การรายงานตัวเลขในปี 2000 โดยข้อมูลการจ้างงานดังกล่าว บ่งชี้ว่าการจ้างงานของสหรัฐฯ กำลังปรับตัวดีขึ้น และทำให้ตลาดเริ่มปรับเพิ่มการคาดการณ์ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm payroll) ของสหรัฐฯโดยคาดว่าภาคธุรกิจจะมีการจ้างงานใหม่ในเดือนธ.ค. ถึง 175,000 ตำแหน่ง เพิ่มจากเดิมที่มองว่าจะเพิ่มขึ้น 140,000 ตำแหน่ง ซึ่งความมั่นใจดังกล่าว ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงรักษาช่วงบวกไว้เทียบกับ สกุลเงินอื่นๆ และอาจปรับแข็งค่าขึ้นต่อไปหากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศในวันศุกร์ออก มาดีและส่งผลให้ค่าเงินภูมิภาคมีแนวโน้มอ่อนค่าลง

โดยเงินบาทร่วงต่ำกว่าระดับ 30.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันพฤหัสบดี และยังคงปรับตัวในทิศทางอ่อนค่าในวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ เนื่องจากแรงซื้อคืนเงินเหรียญสหรัฐที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวลงค่อนข้างมากใน ช่วงสัปดาห์นี้ทำให้มีแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐจากกลุ่มผู้นำเข้าทองคำเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดให้เงินบาทร่วงลงสู่ระดับ 30.26 บาทต่อเหรียญสหรัฐในวันศุกร์

อย่างไรก็ดี ตลาดการเงินยังคงจับตาการรายงานข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ในช่วงค่ำวันศุกร์ รวมถึงรอฟังแถลงการณ์ของ เบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจต่อคณะกรรมการงบประมาณ วุฒิสภา หลังการเผยตัวเลขการจ้างงาน ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและทิศทางเหรียญสหรัฐในช่วงต่อไป

สัปดาห์นี้ (1014 ม.ค. 2553) สายงานธุรกิจตลาดทุน มองว่า เงินบาทยังมีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางอ่อนค่าลงต่อเนื่องจากสัปดาห์แรกของปี โดยคาดว่าจะปรับตัวในช่วง 3030.35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับ 29.8030.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า อันเป็นผลจากเงินเหรียญสหรัฐที่ปรับตัวค่อนข้างโดดเด่นหลังข้อมูลเศรษฐกิจที่ทยอยประกาศออกมาในช่วงนี้ได้สร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนมากขึ้นว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังปรับตัวดีขึ้น ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพิ่มเติม

ขณะเดียวกันปัญหาทางการคลังในยุโรปที่ยังไม่จางไปจากตลาด ยังเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าถือครองเหรียญสหรัฐ ในฐานะสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย และหนุนให้เงินเหรียญสหรัฐยังคงรักษาช่วงบวกเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆ

อย่างไรก็ดี ตลาดการเงินยังคงให้ความสำคัญกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศในช่วงสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขสต๊อกสินค้าภาคค้าส่ง ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม และตัวเลขสต๊อกสินค้าภาคธุรกิจ ว่าจะสามารถย้ำมุมมองในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐได้หรือไม่ ขณะที่ปัจจัยในประเทศในสัปดาห์นี้ต้องติดตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันอังคารที่ 12 ม.ค. ซึ่งเป็นการประชุมรอบแรกของปีนี้ ว่าจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นหรือไม่ หลังจากอัตราเงินเฟ้อที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศในช่วงต้นเดือนเริ่มปรับตัวในทิศทางขาขึ้นอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค