posttoday
กนอ.ตั้งเป้าปีนี้รายได้เพิ่ม 5%

กนอ.ตั้งเป้าปีนี้รายได้เพิ่ม 5%

19 มกราคม 2553

 กนอ.ตั้งเป้าปี 2553 ขายพื้นที่ได้ 1,300 – 1,500 ไร่ และมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน  5% หรือคิดเป็น 3,400-3,500 ล้านบาท ด้านผลการศึกษาเซาท์เทิร์นซีบอร์ดเงินลงทุนสูงไม่คุ้มลงทุน และประชาชนไม่ยอมรับ

 กนอ.ตั้งเป้าปี 2553 ขายพื้นที่ได้ 1,300 – 1,500 ไร่ และมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน  5% หรือคิดเป็น 3,400-3,500 ล้านบาท ด้านผลการศึกษาเซาท์เทิร์นซีบอร์ดเงินลงทุนสูงไม่คุ้มลงทุน และประชาชนไม่ยอมรับ

นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนของกนอ.ในปีงบประมาณ 2553 กนอ.ตั้งเป้าจะขายพื้นที่ให้ได้ 1,300 – 1,500 ไร่ และมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนไม่ต่ำกว่า 5% หรือคิดเป็น 3,400-3,500 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าแนวโน้มการลงทุนจากภาคเอกชนจะเริ่มฟื้นตัว ซึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสนับสนุนการบริโภค และการลงทุนของรัฐบาล รวมทั้งแนวโน้มการส่งออกสินค้าก็เป็นไปในทิศทางที่ดี


ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2253 (ต.ค.2552-ม.ค.2553) มีการใช้พื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมแล้วรวม 650 ไร่ เป็นพื้นที่ของกนอ.เอง 64 ไร่ และเป็นนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินการจำนวน 585 ไร่ มูลค่าเงินลงทุนรวม 5.86 หมื่นล้านบาท


ขณะเดียวกันยังมีผู้ประกอบการที่สนใจและอยู่ระหว่างการตัดสินใจลงทุนในช่วงไตรมาส 1 ประมาณ 10-15 ราย คาดว่าจะมีเงินลงทุนรวม 3,000-4,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญเป็นอุตสาหกรรมกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ยานยนต์ และพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน และสิงคโปร์ เป็นต้น

นอกจากนี้ กนอ.ยังมองโอกาสในการพัฒนานิคมฯบริการเป็นหลักในปี 2553 เพื่อทดแทนอุตสาหกรรมทั่วไป โดยตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปี กลุ่มอุตสาหกรรมนี้น่าจะโตได้ไม่น้อยกว่า 20% หรือมีพื้นที่สำหรับนิคมฯบริการเพิ่มเป็น 1.6 หมื่นไร่ จากปัจจุบันที่มีพื้นที่นิคมนบริการเข้าร่วมกับกนอ.ประมาณ 6,00ไร่ หรือคิดเป็น 6-8% จากพื้นที่ขายของนิคมฯทั่วประเทศหว่า 8 หมื่นไร่ โดยกนอ.ร่วมดำเนินการกับเอกชนดังนี้ นิคมฯไทยไดมอน ซิตี้ ตั้งอยู่ในอ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พื้นที่รวมโครงการกว่า 3.7 หมื่นไร่ ซึ่งเป็นนิคมนที่เปิดให้บริการแล้ว และนิคมฯท่องเที่ยวและบริการ พื้นที่โครงการ 1.33 หมื่นไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึการายละเอียดเกี่ยวกับราบงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งคาดว่าในปี 223 จะเริ่มดำเนินการเฟสแรก

นางมณฑา กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการศึกษาโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ (เซาท์เทิร์นซีบอร์ด) ขณะนี้กนอ.ได้ศึกษาเสร็จเรียบร้อยและส่งผลการศึกษาให้กระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว โดยพื้นที่ที่เหมาะสมได้แก่ อ.สิชล อ.ท่าศาลา และอ.นาบาอน จ.นครศรีธรรมราช ต้องใช้วงเงินในการพัฒนาประมาณ 2-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่สูงไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน รวมทั้งผลการศึกษายังไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ การจะพัฒนาโครงการเซาท์เทิร์นซีบอร์ดในอนาคตคงจะต้องมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมประเภทใดเกษตร หรือ อุตสาหกรรมหนัก เพราะหากเป้าหมายไม่ชัดเจนเมื่อพัฒนาพื้นที่ไปก็จะไม่มีนักลงเข้ามาลงทุน อีกทั้งโครงการต้องเข้ากรอบขั้นตอนการปฏิบัติตามกฎหมายด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน