
นู สกิน เปิดแนวรบปีกระต่าย ชูออนไลน์-บุกต่างจังหวัด
ปีที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่ยากลำบากด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองที่ผันผวน แต่สำหรับธุรกิจขายตรงโดยภาพรวมยังเติบโตในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 7% จากมูลค่าตลาดรวมราว 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) เติบโตถึง 40% บรรลุเป้าหมายยอดขาย 2,000 ล้านบาทตามที่มุ่งหวังไว้
ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นู สกิน บรรลุเป้าหมายภายใต้สถานการณ์อันยากลำบากในปีที่ผ่านมา คือ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แบรนด์
“เอจ ล็อก” ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มชะลอวัย ที่สามารถทำยอดขายเป็นสัดส่วน 35% จากยอดโดยรวม ซึ่งในปีนี้จะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอจ ล็อกตัวใหม่ ในกลุ่มอาหารเสริมนอกจากนี้ คือการใช้แผนจ่ายผลตอบแทนที่เรียกว่า
“เวลธ์ แม็กซิไมเซอร์” ที่ทำให้ผู้แทนจำหน่ายมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีส่วนดึงดูดนักธุรกิจหน้าใหม่เข้าสู่บริษัท ซึ่งในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 50% ปัจจุบัน นู สกิน มีนักธุรกิจรวม 2.5 แสนบัญชี เป็นผู้ทำธุรกิจ 15% และในปีที่ผ่านมา มีนักธุรกิจบัญชีเงินล้านรวม 408 บัญชี เพิ่มจากปีก่อนหน้านี้ที่มีจำนวน 360 บัญชี และปัจจัยสุดท้าย คือการจ่ายผลตอบแทนสูงสุดให้สมาชิก ปัจจุบันอยู่ที่ 43%“
ในภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรงเติบโต 7% ท่ามกลางปัจจัยบวกและลบที่มีอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา ทั้งปัญหาการเมือง น้ำท่วม แต่นู สกิน สามารถเติบโตได้ถึง 40% ถือเป็นการสวนกระแส” ภคพรรณ กล่าวสำหรับปีนี้ เชื่อว่าอุตสาหกรรมขายตรงโดยรวมจะเติบโตไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา คาดว่าจะเติบโตอย่างน้อย 10% เพราะสถานการณ์การเมืองดีขึ้น เศรษฐกิจโลกไม่ผันผวนมากนัก ส่วนปัญหาอื่นๆ เช่น น้ำท่วม เชื่อว่าผู้ประกอบการทุกรายการสามารถตั้งรับและเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีกว่าที่ผ่านมา
ภคพรรณ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตไม่น้อยกว่า 30% หรือมียอดขาย 2,600 ล้านบาท รวมถึงเป้าหมายจำนวนสมาชิกใหม่ โดยจะให้ความสำคัญกับตลาดในต่างจังหวัดมากขึ้น ซึ่งปีที่ผ่านมา ตลาดต่างจังหวัดเติบโตสูงกว่ากรุงเทพฯ ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 40% ซึ่งปีนี้จะบุกต่อเนื่อง เพราะโอกาสของตลาดต่างจังหวัด คือ จำนวนคนอีก 70 ล้านคน ขณะที่กรุงเทพฯ จำนวนคนอยู่ที่ 10 ล้านคนเท่านั้น
กลยุทธ์หลักในการบุกตลาดต่างจังหวัด จะสนับสนุนด้วยระบบไอที โซลูชันแบบ 360 องศา ซึ่งสองปีที่ผ่านมา บริษัทได้วางระบบไว้รองรับแล้ว ทั้งระบบการสั่งซื้อสินค้า ระบบจัดส่ง ระบบประชุม สัมมนาผ่านออนไลน์ รวมถึงการสมัครสมาชิก ซึ่งในปีที่ผ่านมา ยอดขายผ่านออนไลน์คิดเป็นสัดส่วน 10% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านี้ที่มีสัดส่วนเพียง 2% เท่านั้น และคาดว่าปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ขณะที่คนต่างจังหวัดทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ถึง 50%
ทั้งนี้ ระบบออนไลน์ ยังสามารถเข้ามาแก้ปัญหาในช่วงวิกฤตที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี ทั้งในช่วงการชุมนุมทางการเมืองต้องปิดออฟฟิศ ช่วงนั้นยอดขายผ่านระบบออนไลน์เป็นสัดส่วนถึง 30% หรือช่วงน้ำท่วม ทำให้การติดต่อซื้อขายระหว่างบริษัท นักธุรกิจและสมาชิกยังดำเนินการได้ต่อเนื่อง
เมลิซ่า ทันโทโกะ คีอาโน ประธาน ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส กล่าวว่า บริษัทเชื่อมั่นในตลาดประเทศไทย ว่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ผลประกอบการปีที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี ว่าจะแม้อยู่ภายใต้สถานการณ์ยากลำบากยังสามารถบรรลุเป้าหมาย 2,000 ล้านบาท ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ และสามารถเติบโตได้ถึง 40% เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้
นี่คืออีกหนึ่งผู้ประกอบการขายตรงที่สามารถฟันฝ่าอุปสรรค และก้าวสู่เป้าหมายได้ไม่ยาก หากเตรียมองค์กรให้พร้อมรับมืออยู่เสมอ แม้จะอยู่ภายใต้สถานการณ์เช่นไรก็ตาม







