
ปรับโครงสร้างภาษียานยนต์ใหม่ 2 เดือนไม่จบ-ไม่กระทบรถปิกอัพ
...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
แม้จะมีการยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะจาก ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม ว่าจะได้เห็นโครงสร้างภาษีใหม่สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ตามแผนการจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยภายใน 2 เดือนนั้น
แต่ผู้ประกอบการหลายฝ่ายต่างเชื่อมั่นว่าโครงสร้างภาษีใหม่นี้จะไม่สามารถเคาะออกมาได้ตามกำหนด แม้ว่าโต้โผใหญ่ทั้ง 3 ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รมว.อุตสาหกรรม และ รมว.คลัง ที่อยู่ในทีมเดียวกันก็ตาม
ทั้งนี้ เพราะเมื่อมองลึกลงไปสิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ ยังมีประเด็นที่นอกเหนือการควบคุมของกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการคลังด้วย เพราะเมื่อดูจากข้อกำหนดของรัฐบาลที่จะเน้นการปรับภาษีด้วยมาตรฐานด้านความปลอดภัย การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแล้ว ก็แน่นอนว่าจำเป็นที่ต้องเชิญกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารืออีกมาก
ประกอบไปด้วย 3 กระทรวงหลัก อย่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งดูเหมือนว่าจะกลายเป็นงานใหญ่ที่จะต้องหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปใน 2 เดือนจาก 5 กระทรวงเหล่านี้
“
แม้จะเป็นแนวคิดที่ดีในการเริ่มเดินหน้าคิดเรื่องโครงสร้างภาษีใหม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ง่ายนักกับโครงการนี้ของรัฐบาล ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรปรับได้แล้ว เนื่องจากโครงสร้างภาษีที่ผ่านมาถือว่ามีปัญหาและมีความซับซ้อนมาก เพราะมีการสร้างโครงสร้างใหม่ๆ เสริมโครงสร้างเก่าเข้าไปจำนวนมาก จนทำให้ในปัจจุบันมีโครงสร้างภาษีสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์มากกว่า 20 อัตรา”สำหรับแผนการปรับโครงสร้างภาษีของภาครัฐบาลที่กำหนดออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่าจะปกป้องรักษาโปรดักต์ แชมเปียนตัวแรกของประเทศไทยอย่างรถปิกอัพ 1 ตันต่อไปนั้น แน่นอนว่าผู้ประกอบการที่ทำตลาดรถปิกอัพย่อมบอกว่ามีความเหมาะสมดี เนื่องจากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลบ้าพลังยุคใหม่ แม้จะได้รับการพัฒนามามากแล้ว แต่ก็ยังต้องถือว่าเสียเปรียบเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เบนซินในปัจจุบัน
ยิ่งข้อกำหนดในเรื่องอัตราการสิ้นเปลืองและการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้น ถือว่าเป็นจุดอ่อนที่สำคัญของผู้ประกอบการหลายราย ที่ทำให้ต้องออกมาเรียกร้องขอให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเป็นการด่วน และ รมว.อุตสาหกรรม ก็ประกาศชัดเจนว่าโครงสร้างภาษีใหม่จะได้รับการยกเว้นให้กับรถยนต์ปิกอัพไม่ต้องเข้าโครงการ
อย่างไรก็ตาม มีการเสนอกันอย่างไม่เป็นทางการแล้วว่า น่าจะมีการนำรถปิกอัพดัดแปลงที่ไม่ได้ใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะรถกลุ่มพีพีวี ซึ่งมีการใช้งานแบบรถยนต์นั่งและเสียภาษีอยู่ที่อัตรา 20% ในปัจจุบัน มาเข้าร่วมในการจัดเก็บโครงสร้างภาษีแบบใหม่นี้ด้วย เนื่องจากเป็นการพิจารณาตามการใช้งานของรถในประเภทที่แตกต่างจากรถปิกอัพ
แต่ก็ดูเหมือนว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ทำตลาดรถพีพีวีกันอย่างแข็งขัน คงไม่พร้อมที่จะเปิดทางให้โครงการนี้ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย เพราะเท่ากับจะต้องนำรถที่มีพื้นฐานบนปิกอัพ ไปแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ
งานนี้ต้องบอกว่าโครงสร้างภาษีครั้งนี้คงไม่จบลงอย่างง่ายดาย และไม่น่าจะทันตามที่ รมว.คุยเอาไว้ หรืออาจจะไม่ทันในรัฐบาลนี้ก็เป็นไปได้เช่นกัน!!!







