
เอสซีบีมองความเป็นเมืองของไทยอยู่ในระดับต่ำ
ไทยพาณิชย์ระบุอัตราความเป็นเมืองของไทยอยู่ในระดับต่ำ และค่อนข้างหยุดนิ่ง การพัฒนาสู่ความเป็นเมืองได้ย้ายไปสู่เมืองที่อยู่นอกเขตกรุงเทพมากขึ้น
ไทยพาณิชย์ระบุอัตราความเป็นเมืองของไทยอยู่ในระดับต่ำ และค่อนข้างหยุดนิ่ง การพัฒนาสู่ความเป็นเมืองได้ย้ายไปสู่เมืองที่อยู่นอกเขตกรุงเทพมากขึ้น
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันอัตราความเป็นเมืองของไทยอยู่ในระดับต่ำเพียง 31% ซึ่งต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเชียซึ่งอยู่ที่53% และมาเลเซียซึ่งอยู่ที่71% แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่า คือการพัฒนาสู่ความเป็นเมืองของไทยยังค่อนข้างหยุดนิ่ง โดยอัตราความเป็นเมืองระหว่างปี 2545- 2552 เพิ่มขึ้นเพียง 0.8%
“สาเหตุที่ไทยมีอัตราความเป็นเมืองต่ำเนื่องจากมีคนจำนวนมหาศาลในกรุงเทพ แต่เมืองที่มีประชากรคนเมืองมากเป็นอันดับที่ 2 คือ สมุทรปราการ มีประชากรคนเมืองเพียง 6% ของกรุงเทพ ในขณะที่เมืองอันดับสองของประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น เกาหลีใต้มีขนาดถึง 36% และมาเลเซีย 49%” นายเศรษฐพุฒิ กล่าว
นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุดเหมือนกรุงเทพได้หยุดโตลงแล้ว จำนวนประชากรคนเมืองในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล เติบโตช้าลงมากในทศวรรษที่ผ่านมา และการพัฒนาสู่ความเป็นเมืองได้ย้ายไปสู่เมืองที่อยู่นอกกรุงเทพ
ทั้งนี้เมืองใน 10 จังหวัดแรกที่มีผู้บริโภคในเมืองมากที่สุดนอกกรุงเทพ และปริมณฑล กำลังเติบโตต่อไป ในขณะที่จำนวนคนเมืองในกรุงเทพ และปริมณฑลระหว่างปี 2543-2552 เพิ่มขึ้นเพียง 5% แต่จำนวนคนเมืองใน 10 จังหวัดแรกเพิ่มขึ้นถึง 18% ทั้งที่จำนวนคนเมืองทั้งสองแหล่งเติบโตด้วยอัตราเท่า ๆ กันมาก่อนที่ประมาณ 18% ในทศวรรษก่อนหน้า
อย่างไรก็ตามการพัฒนาสู่ความเป็นเมืองเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยส่งเสริมการเติบโตของการบริโภคภายในประเทศ เนื่องจากคนเมืองในไทยมีรายได้มากกว่าคนนอกเมืองโดยเฉลี่ยถึง 2 เท่า และยังจับจ่ายมากกว่าคนนอกเมืองที่มีรายได้ระดับเดียวกันอีกด้วย โดยคนเมืองที่มีรายได้สูงมีแนวโน้มที่จะครอบครองรถยนต์ส่วนบุคคลมากกว่าคนกลุ่มรายได้เดียวกันที่อาศัยอยู่นอกเขตเมืองถึง 2 เท่า ซึ่งการขยายความเป็นเมืองไปนอกกรุงเทพ จะช่วยให้การกระจายรายได้ในประเทศดีขึ้น
ทั้งนี้ได้นิยามให้ผู้บริโภคในเมืองคือผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาล และมีรายได้มากกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน คนกลุ่มนี้มีจำนวนไม่ถึง 4 ล้านคน ส่วนมากอยู่ในช่วงอายุ 30-49 ปี มีการศึกษาดี และประกอบอาชีพเป็นลูกจ้าง โดย 45% ของคนกลุ่มนี้อาศัยอยู่นอกเขตกรุงเทพ และปริมณฑล ซึ่งในระหว่างปี 2545-2552 ประมาณ 75% ของการเพิ่มขึ้นของผู้บริโภคในเมืองเกิดขึ้นนอกเขตกรุงเทพ และปริมณฑล และแนวโน้มนี้น่าจะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องไปในอนาคต







