
คลังส่งซิกมาตรการคนละครึ่งเฟส 5 ไม่จำเป็นเงินมีจำกัด
ลุ้นไม่ขึ้น คลังส่งซิกมาตรการคนละครึ่งเฟส 5 ไม่จำเป็นเงินมีจำกัด กู้เงินใหม่ต้องใช้เรื่องจำเป็นจริงๆ ส่วนขยายลดภาษีน้ำมันดีเซล ยังมีเวลาคิด
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้พูดไปหลายครั้งแล้วว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีมาตรการคนละครึ่งเฟส 5 หรือไม่ ซึ่งต้องประเมินสถานการณ์ และดูว่ารัฐบาลมีเงินเพียงพอหรือไม่ เพราะมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและการกู้เงินมาใช้ในโครงการมากขึ้น ดังนั้นยังประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจก่อนจะตัดสินใจ
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ตอนนี้ดัชนีชี้วัดต่าง ๆ ปรับตัวดีขึ้น มีการกลับไปทำงานในภัตตาคาร โรงงาน มีการเพิ่มกำลังการผลิต มีการจ่ายโบนัส ถือว่าประชาชนเริ่มมีรายได้กลับมาแล้ว มีขีดความสามารถในการใช้จ่ายตามกำลังมากขึ้นแล้ว
“ผมไม่เคยพูดว่าจะมีการต่อมาตรการคนละครึ่งเฟส 5 รวมทั้งการปรับสูตรช่วยจ่ายเงิน ยังไม่มีแนวคิดดังกล่าว ส่วนการจะต่ออายุมาตรการหรือไม่ ต้องประเมินกันต่อไปว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้ผู้มีรายได้ประจำ รายได้รายวันเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพิ่มขึ้นอย่างไร หมายความว่าเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ความจำเป็นในการเข้าไปกระตุ้นตรงนี้ก็อาจจะต้องลดลงไป” นายอาคม กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ไม่ได้มีการออกมาตรการคนละครึ่งเฟส 5 รัฐบาลก็ยังดูแลประชาชน และเศรษฐกิจ ให้มีการบริโภค โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะเริ่มมีสัญญาณคนเดินทางมากขึ้น คนไทยเดินทางมากขึ้น ต่างชาติเพิ่มขึ้น มาตรการที่ ศบค. ผ่อนคลายจะทำให้รายได้ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แต่การจ้างงานในภาคการท่องเที่ยว ก็ยังไม่เต็มร้อย ยังมีนักท่องเที่ยวกลับมาไม่ถึง 40 ล้านคน ก็ต้องติดตามสถานการณ์
นายอาคม กล่าวว่า การกู้เงินเพิ่มเติมก็ต้องติดตามสถานการณ์ ความจำเป็น การกู้ต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจน ว่ากู้เพื่ออะไร อีกด้านหนึ่งก็ต้องดูแลสัดส่วนหนี้สาธารณะ ถ้ากู้เพิ่มระดับหนี้จะเพิ่ม แม้จะมีช่องว่างการก่อนหนี้เหลืออีก 10% จีดีพี แต่ตรงนี้ก็ต้องเผื่อในกรณีฉุกเฉิน จำเป็นจริง ๆ รัฐบาลก็มีช่องตรงนี้ ถามว่ากู้อีกก็กลัวจะชน 70% ในแง่การเงินการคลัง ก็ต้องดูวินัยการเงินการคลังด้วย เพราะต้องนำไปใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ มากกว่าการไปอัดฉีดเม็ดเงินเยียวยา เมื่อสถานการณ์โควิดมีความรุนแรงลดลงแล้ว
ส่วนที่บอกว่า กระทรวงการคลังมีการซุกหนี้ 1 ล้านล้านบาท ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะเป็นเรื่องการใช้มาตรา 28 ตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ที่อนุญาตให้ฝ่ายบริหารดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่เป็นนโยบายรัฐบาลได้ โดยใช้กลไกของรัฐวิสาหกิจออกเงินไปก่อน เช่น วงเงินจากโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร หรือการค้ำประกันสินเชื่อ ของ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) รัฐบาลจะตั้งงบคืนให้ในปีงบถัดไป ดังนั้นอันนี้ไม่ถือว่าเป็นการกู้เงิน แต่เป็นการให้ออกเงินไปก่อน และรัฐบาลตั้งเงินชดใช้ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ตรงนี้ไม่ใช่การกู้ยืมเงินกันและไม่เป็นหนี้สาธารณะ
นายอาคม กล่าวว่า มาตรการลดภาษีน้ำมันดีเซลที่จะหมด 20 พ.ค.2565 ยังมีเวลาพิจารณา คลังต้องหารือกับกระทรวงพลังงาน ขอประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจ และการจัดเก็บรายได้ด้วย ซึ่งการจัดเก็บรายได้รัฐขณะนี้ถือว่ายังพอได้อยู่







