posttoday
สมาคมนักวิเคราะห์ คาด SET Index สิ้นปียังขึ้นที่ 1,774 จุด

สมาคมนักวิเคราะห์ คาด SET Index สิ้นปียังขึ้นที่ 1,774 จุด

10 เมษายน 2565

น้ำมันแพง สมาคมนักวิเคราะห์ลดเป้า GDP แต่ได้ Fund Flows ช่วย คาด SET Index สิ้นปียังขึ้นที่ 1,774 จุด

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยผลการสำรวจความเห็นสมาชิกนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน รวม 27 สำนัก เกี่ยวกับมุมมองการลงทุนในไตรมาส 2-4 ของปี 2565 สรุปได้ดังนี้

สถานการณ์การเมืองโลก รัสเซียยูเครน ส่งผลกระทบประมาณการราคาน้ำมันดิบ เฉลี่ยทั้งปี 2565 สูงขึ้น จากคาดเดิมเมื่อ 3 เดือนก่อนที่ 69.90 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล มาเป็น 94.03 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล และทำให้ต้องลดคาดการณ์ การขยายตัวของ GDP ไทยปี 2565 จากเดิมที่ 3.71% ลงมาเหลือ 3.09%

อย่างไรก็ตาม ทิศทางการลงทุนในปี 2565 นี้ ยังได้ผลบวกที่ชัดเจนมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ Fund Flows จากต่างประเทศ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรเติบโต โดยมีผู้โหวตถึง 81% และ 74% ตามลำดับ

ส่วนปัจจัยด้านลบ ยังคงมาจาก แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED มีผู้โหวตมากถึง 89% ส่วนอันดับ 2 ที่พุ่งแรงในครั้งนี้คือปัจจัยการเมืองในต่างประเทศ มีผู้โหวต 78% ตามติดมาด้วย ปัจจัยเศรษฐกิจโลก และปัจจัยการเตรียมลดมาตรการQEทั่วโลก มีผู้โหวต 74% และ 67% ตามลำดับ

ทางด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ความเห็นส่วนใหญ่ 65% มองว่าจะคงที่ตลอดปีนี้ รองลงมาคือ มองว่าจะปรับขึ้น 0.25% ในปีนี้มีผู้โหวต 27% ของผู้ตอบ และสุดท้ายคือ ที่มองว่าจะปรับขึ้น 0.50% ในปีนี้มีผู้โหวต 7%

ส่วนทางด้านคาดการณ์ผลกำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนปี 2565 เฉลี่ยที่ 89.11 บาทต่อหุ้น เป็นการเติบโต 9.33% จากปี 2564 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขคาดการณ์ใหม่นี้ ต่ำกว่าการสำรวจครั้งก่อน ซึ่งอยู่ที่ 89.59 บาทต่อหุ้นเล็กน้อย

ทางด้านคาดการณ์ SET Index ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2565 นั้น มีผู้โหวต 44% ที่คาดว่าจะเป็น Sideways และมีผู้โหวต 41% ที่มองว่าIndex จะมีทิศทางลบ ที่เหลือ15% มองเป็นทิศทางบวกในไตรมาส 2 ส่วนคาดการณ์ SET Index ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 1688 จุด

ส่วนมุมมองจากไตรมาสที่ 2 ไปถึงสิ้นปี คาดว่าSET Indexจะแกว่งตัวในกรอบ 1567 ถึง 1774 จุด และปิดสิ้นปี 2565 ที่ 1747 จุด

นักวิเคราะห์แนะนำให้กระจายพอร์ตการลงทุน แบ่งเป็น

- เงินสดและเงินฝากระยะสั้น 13.85%

- กองทุนตราสารหนี้ 13.15%

- หุ้นไทยหรือกองทุนหุ้นไทย 29.46%

- หุ้นหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ 27.29%

- กองทุนอสังหาฯหรือ REIT 8.66%

- ทองคำหรือกองทุนทองคำ 7.41%

- อื่นๆ 0.18%

สำหรับในส่วนของการลงทุนหุ้นไทยนั้น แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในหมวดธุรกิจ ค้าปลีก ธนาคาร การท่องเที่ยว และสื่อสารในขณะที่ให้ลดน้ำหนักการลงทุนใน หมวดธุรกิจปิโตรเคมี พลังงานและสาธารณูปโภค รวมถึง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

รายชื่อหุ้นเด่นที่แนะนำตรงกันมาก คือ BDMS KBANK และ MAKROท้ายที่สุด นักวิเคราะห์ยังได้เพิ่มเติมการแนะนำนโยบายที่จะมีผลบวกต่อภาวะเศรษฐกิจไปยังรัฐบาล ได้แก่ การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ มีนโยบายช่วยเหลือประชาชน โดยดูแลค่าใช้จ่ายผู้มีรายได้น้อย รวมถึงมาตรการให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี เพื่อกระตุ้นภาคการบริโภค ส่วนด้านช่วยเหลือภาคธุรกิจนั้น ได้แก่ เร่งแผนเปิดประเทศ ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ช่วยเหลือภาคธุรกิจที่โดนผลกระทบจากราคาพลังงานสูงขึ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน