
รื้อเกณฑ์ดึงพลังงานทางเลือก
ตลาดปรับเกณฑ์รอหารือกลต. เน้นข้อมูลความเสี่ยงอนาคต
โพสต์ทูเดย์
— ตลาดหลักทรัพย์ปรับปรุงเกณฑ์รับหลักทรัพย์ ดึงบริษัทพลังงานทางเลือกเข้าตลาดหุ้น APM คาดปีนี้ไอพีโอพลังงานทางเลือก รับเหมาฯ ฮอตนายศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยผู้จัดการสายงานกำกับตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์มีแนวคิดที่จะปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนใน ตลท. และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในส่วนของธุรกิจพลังงานทางเลือก แต่ยังไม่ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
ทั้งนี้ เกณฑ์การรับหุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจพลังงานทางเลือกต้องใช้เวลาในการพิจารณา เนื่องจากธุรกิจนี้มีหลายประเภท ทั้งการผลิตเอทานอลจากสินค้าเกษตร ปุ๋ยชีวภาพ มูลสัตว์ รวมถึงพลังงานลมและแสงอาทิตย์ ซึ่งต้องคำนึงถึงแนวโน้มการดำเนินงานว่ามีความต่อเนื่องเพียงใด รวมถึงคุณสมบัติของผู้บริหารด้วย และหากทุกฝ่ายเห็นด้วยในการปรับปรุงเกณฑ์นี้แล้ว ยังจะต้องผ่านกระบวนการเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพื่อออกมาเป็นข้อบังคับ
ปัจจุบันบริษัทที่จะเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด เช่น ผลการดำเนินงานต้องมีกำไรสุทธิ 3 ปี สำหรับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ (SET) แต่ตลาดหลักทรัพย์ได้ยกเว้นสำหรับธุรกิจสาธารณูปโภค เป็นเพราะในช่วงเริ่มแรกของการดำเนินงานยังมีกำไรค่อนข้างจำกัด และเห็นว่าเป็นธุรกิจสำคัญที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติมาก แต่ถึงแม้ไม่มีกำไร จะต้องมีรายได้เชิงพาณิชย์ และผู้ถือหุ้นจะต้องถูกระยะเวลาห้ามขายหุ้นออกมาในตลาด (ไซเรนต์พีเรียด) นานกว่าบริษัทจดทะเบียนโดยทั่วไป
ขณะที่เกณฑ์การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนทั่วไปของสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจพลังงานทางเลือกสามารถระดมทุนได้ แต่ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอให้ผู้ลงทุนสามารถพิจารณาถึงความเสี่ยงและอนาคตของบริษัทได้
นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (APM) กล่าวว่า ปี 2554 คาดว่าบริษัทที่ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและพลังงานทางเลือกจำนวนมากจะเข้าตลาดหุ้น และได้รับความสนใจจากนักลงทุน
ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่าตลาดหลักทรัพย์กำลังปรับปรุงเกณฑ์การรับหุ้นบริษัทพลังงานทางเลือก โดยไม่จำเป็นต้องมีกำไรติดต่อกัน 3 ปี
สำหรับในส่วนของ APM ปี 2554 จะนำบริษัทรับเหมาก่อสร้างเข้าตลาด mai ทั้งหมด 3 แห่ง คาดว่าเม็ดเงินในการระดมทุนขายไอพีโอรวมประมาณ 1,5002,000 ล้านบาท
เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ยื่นไฟลิงต่อสำนักงาน ก.ล.ต. 1 บริษัท คือ บริษัท เมสโปร (1989) ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร คาดว่าจะเสนอขายหุ้นไอพีโอในไตรมาสแรก ส่วนบริษัทที่ 2 คือ บริษัท ไฮโดรเทค คาดว่าจะยื่นไฟลิงได้ในเดือน มี.ค. และบริษัทที่ 3 คือ บริษัท คาร์ตัน อินเตอร์ ทำธุรกิจรับเหมาวางท่อให้กับธุรกิจปิโตรเคมี คาดว่ายื่นไฟลิงในเดือน มิ.ย.นี้
“
ในปี 2554 คาดว่าจะมีบริษัทเข้าตลาดหุ้นมากขึ้น โดยเฉพาะ mai เพราะนอกจากภาวะตลาดหุ้นดี เอื้ออำนวยต่อการขายหุ้นแล้ว ปีนี้น่าจะมีข้อสรุปเรื่องการต่ออายุการลดหย่อนภาษีนิติบุคคลให้บริษัทใน mai จาก 30% เหลือ 20%” นายสมภพ กล่าว






