
ผู้ถือหุ้นไฟเขียว‘บิ๊กซี’ซื้อ‘คาร์ฟูร์’ หวังผลตอบแทนคุ้มรายได้-กำไรโต
โพสต์ทูเดย์
— บิ๊กซีฟุ้งควบคาร์ฟูร์ดันรายได้กำไรต่อหุ้นโตที่ประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) มีมติเอกฉันท์อนุมัติการเข้าซื้อหุ้นบริษัท เซ็นคาร์ มูลค่า 35,450 ล้านบาท จากบริษัท คาร์ฟูร์ เนเดอร์แลนด์ บีวี และบริษัท มิลดิว บีวี และอนุมัติการขอวงเงินกู้ 3.8 หมื่นล้านบาท รองรับการซื้อกิจการ รวมทั้งรายย่อย ได้สอบถามการสร้างผลตอบแทนกลับคืน
น.ส.รำภา คำหอมรื่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินและรองประธานฝ่ายบัญชีและการเงิน BIGC กล่าวชี้แจงว่า ปัจจุบันบิ๊กซีมีรายได้ 7 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมคาร์ฟูร์เข้ามา ทำให้เพิ่มเป็น 1.1 แสนล้านบาท หรือโตมากกว่าปัจจุบัน 40% และในปีแรกของการรวมคาร์ฟูร์ ทำให้อัตรากำไรสุทธิต่อหุ้นของบิ๊กซีโตจากระดับปกติอีก 5% และจะเพิ่มเป็น 20% ในปีที่ 3 ของการรวมกิจการ เพราะการสร้างประโยชน์เพิ่ม (Synergy) ต้องใช้เวลา 3 ปีเห็นผลเต็มที่
นอกจากนี้ การรวมคาร์ฟูร์ทำให้ฐานลูกค้าบิ๊กซีครอบคลุมตั้งแต่ระดับเอถึงซี ซึ่งบิ๊กซีมีสาขารอบปริมณฑล ส่วนคาร์ฟูร์มีสาขากลางกรุงเทพฯ และฐานลูกค้ามีอำนาจซื้อสูงระดับเอถึงบี
“
ขณะนี้เราเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตอันดับ 2 รองจากโลตัส เมื่อมีคาร์ฟูร์มาร่วมจะสร้างประโยชน์ให้กับบิ๊กซี เพราะสาขาของเรามีแต่ปริมณฑล การขยายสาขาในกรุงเทพฯ ทำได้ยาก ติดปัญหากฎหมายเรื่องโซนนิง ขณะที่คาร์ฟูร์มีสาขาในกรุงเทพฯ เมื่อนำมาร่วมกันจะสร้างผลดีให้กับบิ๊กซี เพิ่มอำนาจการต่อรองในการสั่งซื้อสินค้าไม่ว่าจะเป็นพวกถุง ค่าโฆษณา เป็นต้น ทำให้ต้นทุนลดลง” น.ส.รำภา กล่าวประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน BIGC กล่าวว่า แหล่งเงินในการซื้อหุ้นมาจากการกู้เงินสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ อัตราดอกเบี้ย 4.5% หรืออาจต่ำกว่านี้ ทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ปีแรกสูงสุดไม่เกิน 2.5 เท่า แต่เชื่อว่าจะสามารถคืนเงินได้ภายใน 5 ปี ซึ่งบริษัทมีความแข็งแกร่งทางด้านเงินทุน
ผู้ถือหุ้นได้มีการเสนอการเพิ่มทุน หรือออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์) ซึ่งไม่มีต้นทุนและแก้ปัญหาสภาพคล่องหุ้นที่อยู่ในระดับต่ำได้อีกด้วย แต่ทางผู้บริหารได้ชี้แจงว่าไม่ต้องการเพิ่มภาระให้กับผู้ถือหุ้น และแนวทางการกู้สามารถนำไปหักภาษีได้ ถือว่ามีต้นทุนต่ำกว่าการเพิ่มทุน และการเพิ่มทุนต้องพยายามสร้างผลตอบแทนกลับคืนให้กับผู้ถือหุ้น 15% เป็นอย่างต่ำ
นอกจากนี้ บริษัทมุ่งให้ความสำคัญเรื่องการรวมกิจการของคาร์ฟูร์มากกว่าการแก้สภาพคล่อง ส่วนสาขาซ้ำซ้อนจะไม่มีการปิด เพราะมีกลุ่มลูกค้าแตกต่างกัน และจะใช้เวลา 612 เดือนจากนี้เปลี่ยนชื่อเป็นบิ๊กซี







