
ธุรกิจขำๆ ปี'53
qเอวาซอนเก้อ 3จี ไม่มา
เดิมทีการประมูลใบอนุญาต 3จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. จะจัดขึ้นในวันที่ 20 ก.ย. ซึ่ง กทช.ได้ใช้งบกว่า 80 ล้านบาท เตรียมพร้อมทั้งระบบการประมูล และสถานที่ประมูล คือ เอวาซอน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ ซิกซ์เซ้นส์ สปา ที่ถูกเปลี่ยนพื้นที่ให้มีความปลอดภัยแน่นหนา
ไม่ว่าจะเป็น การก่อกำแพงสูงกว่าเดิม เดินสายอินเทอร์เน็ตและระบบการสื่อสารภายในที่จะใช้สำหรับการประมูล แบ่งพื้นที่เป็น 2 โซน คือ โซนพื้นที่สีแดง ใช้เก็บตัวผู้เข้าร่วมประมูล ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องผ่านเข้าออก และโซนสีเขียวสำหรับผู้ร่วมสังเกตการณ์
มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดส่งผลกระทบโดยตรงต่อทางเอวาซอน เพราะแม้จะมีแบ่งโซนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประมูล แต่ก็ไม่มีแขกเข้าพัก เพราะกังวลว่าจะเกิดความยุ่งยากสารพัด ในเรื่องการถูกตรวจค้น และถูกตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือและสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นระยะๆ แต่เอวาซอนก็มั่นใจว่า การได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดประมูลจะโด่งดังไปทั่วโลกเพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากหลายประเทศ
เหลือเพียง 2 วันที่การประมูลจะเริ่มต้น แต่กลับไปไม่ถึงฝั่งฝัน เมื่อศาลปกครองสูงสุดสั่งระงับการประมูล เพราะเห็นว่า กทช.ไม่มีอำนาจ
เท่ากับว่าสิ่งที่เตรียมการมาทั้งหมดเป็นอันสูญเปล่า
งานนี้ กทช.ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจาขอลดค่าเสียหายจากการประมูลล่ม โดยยอมจ่ายเพียงค่าอาหารที่ได้เตรียมล่วงหน้า ค่าดำเนินการต่างๆ แต่ไม่ขอจ่ายค่าที่พักที่จองไว้สำหรับผู้เข้าร่วมประมูล
ไม่รู้ว่าคำนวณเบ็ดเสร็จแล้ว เงินที่ได้รับกับแขกผู้เข้าพักที่หายในช่วงเตรียมสถานที่นั้นคุ้มค่าหรือไม่ เอวาซอนคงเข็ดไปอีกนาน
qครีมกันแดดทำตลาดหน้าฝน
ปกติแล้ว ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด จะเริ่มออกตัวทำตลาดกันคึกคักตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. ยาวถึงตลอดหน้าร้อน
แต่ในปี 2553 สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ เห็นครีมกันแดดออกมาทำตลาดหน้าฝน ซึ่งเหตุผลหลักมาจากความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นพอดิบพอดีในช่วงหน้าร้อน ตั้งแต่เดือน มี.ค.พ.ค. และขยายไปสู่การจลาจลเผาเมือง
ความวุ่นวายนี้เอง ที่ทำให้การทำตลาดครีมกันแดดซบเซาลงไปถนัดใจทีเดียว กว่าบ้านเมืองจะเริ่มสงบ ก็เลยช่วงฤดูขายไปแล้ว เห็นได้ชัดเจนจากผลิตภัณฑ์กันแดดภายใต้แบรนด์
“ไมนัสซัน” ที่เลื่อนฤกษ์เปิดตัวไปเป็นเดือน ส.ค. 2553 ทั้งที่อยู่ในช่วงฤดูฝนแต่สำหรับ พรชาย พิริยบรรเจิด กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป ให้เหตุผลที่ฟังขึ้นว่า ที่ทำตลาดฤดูฝน ก็เพราะต้องการขยายตลาดให้ผลิตภัณฑ์กันแดดไมนัสซัน สามารถทำตลาดได้ทุกฤดูกาล ไม่จำกัดเฉพาะช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นหน้าขายสินค้าเท่านั้น
ก็ว่ากันไป แต่ถ้าเลือกได้ ก็เชื่อว่าคงไม่เลือกทำตลาดหน้าฝนแทนหน้าร้อนเป็นแน่!!!
qคนกรุงเห่อ
‘เคเค’ ฟีเวอร์สำหรับสินค้าที่สร้างความตื่นเต้นแปลกใหม่ และสร้างปรากฏการณ์ต่อคิวยาวเหยียดในปีนี้ เห็นทีต้องยกตำแหน่งให้กับการเดินทางมาเมืองไทยของโดนัตระดับพรีเมียมสัญชาติอเมริกา ร้าน คริสปี ครีม (Krispy kreme) ที่ได้ทายาทเนสกาแฟ อุษณีย์ วรวณิช (มหากิจศิริ) รับสิทธิบริหารแฟรนไชส์ พร้อมยึดทำเลศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดในไทยสาขาแรก เมื่อ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา
ที่ยกให้เป็นปรากฏการณ์ในรอบปี ก็เพราะภาพประชาชนแห่ต่อแถวยาวเหยียดทะลุถึงถนนพระราม 1 เพื่อเข้าซื้อโดนัตอันลือชื่ออย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นกระแส
“เคเค ฟีเวอร์”จนกระทั่งถึงวันนี้กระแสความอยากลิ้มรสชาติโดนัต
“คริสปี ครีม” ก็ยังไม่จางหาย เห็นได้จากแถวยาวที่ยังมีประชาชนเข้าคิวเป็นระยะ แม้วันนี้จะไม่ยาวทะลุถึงถนนเหมือนตอนเปิดตัวใหม่ๆ แต่ก็ถือว่ายังได้การตอบรับดี แถมยังแผ่อานิสงส์ไปยังร้านโดนัทแบรนด์อื่นๆให้ขายดีตามไปด้วยนอกจากนี้ ยังสร้างงานสร้างรายได้ให้คนกลุ่มหนึ่ง ที่อดทนไปต่อแถวซื้อแล้วนำมาขายต่อในราคาบวกเพิ่มนิดหน่อยด้วย
q
‘นกแอร์’ ร่ำไห้ บินไทยไม่รักการลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่าง บริษัท การบินไทย กับ บริษัท ไทยเกอร์ แอร์เวย์ส โฮลดิ้ง จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเปิดสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า ทำไม? เพราะการบินไทยมีสายการบินนกแอร์อยู่ในมือแล้ว
การบินไทยชี้แจงว่า เพื่อรองรับการเปิดเสรีทางการบิน จำเป็นต้องสร้างแบรนด์เพิ่ม เพื่อป้องกันการขยายส่วนแบ่งการตลาดในแต่ละกลุ่มลูกค้า รวมทั้งช่วยเพิ่มรายได้ โดยไทย ไทเกอร์ฯ จะเป็นสายการบินที่บินระหว่างประเทศในเอเชีย ขณะที่นกแอร์บินในประเทศ เรียกว่าแบ่งพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายกันชัดเจน
แต่ภาครัฐที่กำกับดูแลอย่างกระทรวงคมนาคมยังไม่ยอมง่ายๆ โดยต้องการให้การบินไทยจัดทำแผนการพัฒนาเชิงพาณิชย์โดยรวมทั้งหมดออกมาก่อน ซึ่งจนถึงขณะนี้ การบินไทยก็ยังไม่สามารถชี้แจงให้ชัดเจนได้
นอกจากนี้ ยังสั่งให้การบินไทยเร่งรายงานความคืบหน้าแผนฟื้นฟูและการเพิ่มทุนในสายการบินนกแอร์ เพื่อเพิ่มการให้บริการกับกลุ่มผู้โดยสารภายในประเทศที่มีการแข่งขันสูง เพราะเห็นว่า นอกจากการโอน 3 เส้นทางบิน คือ กรุงเทพฯพิษณุโลก กรุงเทพฯอุบลราชธานี และเชียงใหม่แม่ฮ่องสอน ให้นกแอร์ไปแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องอื่นที่ส่งเสริมและฟื้นฟูนกแอร์
ขณะเดียวกัน ก็ให้วางยุทธศาสตร์การบริหารเส้นทางบินในประเทศเพิ่มขึ้น โดยคัดเลือกจังหวัดขนาดใหญ่แต่ละภูมิภาคของประเทศ แล้วพัฒนาเป็นศูนย์กลางการให้บริการของไทย
เรื่องนี้ มีผู้บริหารการบินไทย ชี้แจงว่า ยุทธศาสตร์การบริหารนกแอร์ยังเป็นไปตามแผนเดิม ซึ่งขณะนี้ การบินไทย ถือหุ้นอยู่ 39% โดยนกแอร์จะเน้นการบินภายในประเทศ และตามแผนธุรกิจ 4 ปี จะเพิ่มจำนวนเครื่องบิน เช่น เครื่องบินใบพัด แบบ ATR เครื่องบิน โบอิ้ง 737 และเปิดจุดบินเพิ่มโดยเฉพาะเส้นทางสายรอง ส่วนการเพิ่มสัดส่วนหุ้นในนกแอร์ อยู่ในขั้นตอนการเจรจา
หลายฝ่ายมองว่า การบินไทยพยายามต่อสู้เพื่อให้ได้แบรนด์ใหม่ๆ ขึ้นมา แต่ไม่เร่งพัฒนาแบรนด์ที่มีอยู่ จึงไม่สอดคล้องกับการพัฒนาธุรกิจการบินหรือองค์กร







