
ดัชนีอุตฯ พย.ลดลงเดือนที่2ของปี
ดัชนีอุตสาหกรรมพ.ย. อยู่ที่ 190.36 ลดลงเป็นเดือนที่ 2 ของปี ผลจากอุตสาหกรรมฮาร์ด ดิสก์ ไดร์ฟ รายใหญ่ชะลอขยายกำลังผลิตไปปีหน้าหันสต๊อกสินค้าปีนี้แทน
ดัชนีอุตสาหกรรมพ.ย. อยู่ที่ 190.36 ลดลงเป็นเดือนที่ 2 ของปี ผลจากอุตสาหกรรมฮาร์ด ดิสก์ ไดร์ฟ รายใหญ่ชะลอขยายกำลังผลิตไปปีหน้าหันสต๊อกสินค้าปีนี้แทน
นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนพ.ย.53 อยู่ที่ 190.36 ปรับลดลงจากเดือนต.ค.ที่อยู่ 191.57 หรือปรับลดลง 0.45% ซึ่งเป็นการปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่2 นับจากเดือนก.ย.ที่อยู่ระดับ 201.45 เช่นเดียวกับอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เดือนพ.ย.อยู่ที่ 63.63% ที่ต่ำสุดในรอบ 4 เดือนนับจากเดือนส.ค.ที่อยู่ 64.03% เนื่องจากผู้ประกอบการฮาร์ดดิสไดร์ฟรายใหญ่วางแผนขยายสายการผลิตใหม่ในปี 2554 โดยใช้วิธีสต๊อกสินค้าไว้ ส่งผลให้ตัวเลขสินค้าสำเร็จรูปคงคลังเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 11.65% มาอยู่ที่ 193.49%
“สาเหตุที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนพ.ย.53 ลดลง เนื่องจากการการผลิตและจำหน่ายฮาร์ดดิสไดร์ฟปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5และ2.1% ซึ่งถือเป็นการปรับฐานทางเทคนิคปกติ เพราะมีแผนขยายสายการผลิตใหม่ปีหน้า จึงทำให้มีสินค้าสำเร็จรูปคงคลังสูงถึง 121% แต่ถ้าเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 5.61% ซึ่งถือว่าเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 ติดต่อกันหลังจากเจอภาวะเศรษฐกิจโลก”นางสุทธินีย์ กล่าว
สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวต่อดัชนีอุตสาหกรรม ได้แก่การผลิตรถยนต์ เครื่องปรับอากาศ ปูนซีเมนต์ เครื่องสุขภัณฑ์การแปรรูปสัตว์น้ำ โดยการผลิตรถยนต์ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนการผลิตเพิ่มขึ้น 25.9% และการจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้น25.%ซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจของโลกและของประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะเดียวกันตลาดภายในประเทศได้รับผลดีจากค่ายรถยนต์เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัวได้ดี จึงส่งผลให้เกษตรกรมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น
ส่วนการผลิตเครื่องปรับอากาศ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนมีการผลิตเพิ่มขึ้น 58.4% และมีการจำหน่ายเพิ่มขึ้น 48.7% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวผู้ประกอบการได้ส่งสินค้ารุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
โดยเน้นพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ จึงได้รับคำสั่งซื้อเข้ามาจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป
ทางด้านการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นหลายโครงการ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ ส่งผลต่อยอดการผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศที่สูงขึ้น รวมทั้งการผลิตปูนซีเมนต์ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน มีการผลิตเพิ่มขึ้น 7.2% และมีการจำหน่ายเพิ่มขึ้น10.3%เนื่องจากภาวะการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายต่างๆที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก
นางสุทธินี กล่าวว่า นอกจากนี้ปัจจัยที่ส่งผลต่อการขยายตัวในระยะสั้น คือความต้องการใช้ปูนซิเมนต์ในการซ่อมแซมสาธารณูปโภคต่างๆหลังได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศเช่นเดียวกันกับ การผลิตเครื่องสุขภัณฑ์เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน มีการผลิตเพิ่มขึ้น 24.2% และจำหน่ายเพิ่มขึ้น15.4% เนื่องจากมีความต้องการใช้สูงขึ้นเป็นไปตามทิศทางการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์







