posttoday
แชตกันง่ายๆ ด้วยสมาร์ตโฟนพันธุ์ไทย!

แชตกันง่ายๆ ด้วยสมาร์ตโฟนพันธุ์ไทย!

23 ธันวาคม 2553

...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบสนทนาออนไลน์หรือที่เรียกว่า แชต บนโทรศัพท์มือถือ เคยคิดมั้ยว่า ปัญหาสำคัญคือ คุยได้เฉพาะในมือถือแบรนด์เดียวกัน ไม่สามารถเปลี่ยนเครื่องได้ เพราะรหัสที่ได้ติดมากับตัวเครื่องนั้นๆ เปลี่ยนเครื่องกันทีรหัสก็เปลี่ยนไป ดีไม่ดีเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นก็ไม่ได้ด้วย (แม้จะแว่วมาว่ามีทางแก้โดยการแบ็กอัพข้อมูล ย้ายรายชื่อเพื่อนๆ มาได้) ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ ถ้าเราสามารถแชตกับเพื่อนๆ ได้ไม่ว่าจะใช้มือถือสมาร์ตโฟนแบรนด์ใดก็ตาม ส่งรูป ส่งเสียงถึงกันได้หมด ทั้งยังเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ก และใช้งานอีเมลได้อย่างดีอีกด้วย

ทีนี้ ลองมาคิดดูว่า ถ้ามีสมาร์ตโฟนแบรนด์ไทย ที่สามารถทำสิ่งที่ว่าได้ เพราะจุดเด่นคือแอพพลิเคชันที่ช่วยให้การใช้งานง่ายขึ้น ที่สำคัญคือไม่ยึดติดกับมือถือแบรนด์ตัวเอง เพราะถ้าผู้ใช้มีมือถือชั้นดีอยู่ในมือแล้ว สามารถดาวน์โหลดแอพฯ ไปติดตั้งและใช้งานได้เหมือนกัน

ชวัล บุญประกอบศักดิ์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท สปริง เทเลคอม ผู้ผลิตและพัฒนาสมาร์ตโฟนพันธุ์ไทยและแอพฯ สปริง (Spriiing) โดยทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แน่นอนว่าสาเหตุที่เลือกแอนดรอยด์ เพราะเป็นระบบเปิดที่ใครก็สามารถพัฒนาต่อยอดแอพฯ ต่างๆ ได้อย่างอิสระ และส่งขึ้นไปให้ดาวน์โหลดผ่านแอพสโตร์ได้ทันที

จุดเด่นของแอพฯ สปริง แบ่งเป็น 7 ส่วน เริ่มตั้งแต่ฟีด หรือการส่งเนื้อหาใหม่ๆ จากโซเชียลเน็ตเวิร์กเข้ามาที่หน้าจอ เพื่อให้ผู้ใช้ไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ ในกลุ่ม ส่วนที่ 2 คือ คอนเทค หรือการแชต ซึ่งถือเป็นพระเอกของแอพฯ นี้ โดยผู้ใช้แอพฯ สปริง จะลงทะเบียนด้วยหมายเลขโทรศัพท์เพื่อได้รับสปริงคีย์ เป็นหมายเลขประจำตัวในการขอแชตกับเพื่อนคนอื่นๆ ที่ใช้แอพฯ สปริงด้วยกัน ดังนั้นไม่ว่าเราจะเปลี่ยนไปใช้สมาร์ตโฟนเครื่องใด รุ่นใด ขอเพียงติดตั้งแอพฯ สปริง ก็สามารถแชตกับเพื่อนๆ กลุ่มเดิมได้เหมือนเดิม

“บางเครื่องต้องใช้รหัสที่ติดกับเครื่อง เปลี่ยนเครื่องไม่ได้ เปลี่ยนแบรนด์ไม่ได้ แต่ถ้าใช้แอพฯ สปริง จะเปลี่ยนไปใช้เครื่องแบรนด์ใดรุ่นใดก็ได้ทั้งหมด เพราะคีย์ที่ได้ผูกติดกับหมายเลขโทรศัพท์ และถึงจะเปลี่ยนหมายเลขก็สามารถติดต่อมายืนยันความเป็นเจ้าของและขอเปลี่ยนได้เช่นกัน เป็นการทำลายกำแพงข้อจำกัด โดยเริ่มต้นที่แอนดรอยด์ ก่อนไอโฟนและบีบีอยู่ระหว่างการเจรจาให้แอพฯ สามารถทำงานบนนั้นได้” นายชวัล กล่าว

ส่วนที่ 3 คือ กรุ๊ป หรือการกำหนดกลุ่มเพื่อน ครอบครัว ผู้ร่วมงาน สามารถประชุมแชตร่วมกันได้ คุยพร้อมกันได้ทันที ส่วนที่ 4 นอติฟิเคชัน หรือการโต้ตอบกับโซเชียลเน็ตเวิร์ก ส่วนที่ 5 ล็อบบี้ เป็นเสมือนห้องกลาง ที่ผู้ใช้แอพฯ สปริง เหมือนกัน สามารถเข้ามาหาเพื่อน เข้ามาพูดคุยสนทนาโดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนคีย์ระหว่างกัน แต่สุดท้ายถ้าถูกใจจะแลกคีย์แล้วเป็นเพื่อนกันก็สามารถทำได้ ส่วนที่ 6 อินโฟฟีด คือการฟีดข้อมูลประเภทข่าวสารจากแหล่งต่างๆ ที่เราไปสมัครไว้ให้ป้อนข้อมูลเข้ามาเพื่อทันต่อเหตุการณ์

ส่วนสุดท้ายคือ โปรโมชัน เป็นการเสนอโปรโมชันพิเศษจากร้านค้าพันธมิตรของสปริงไปยังผู้ใช้โดยตรง ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการตลาดแบบโลเกชัน เบส ที่เชื่อว่าจะนิยมมากขึ้นในปี 2554 แน่นอนว่า รายได้ของแอพฯ สปริง จะมีส่วนแบ่งมาจากผู้ให้บริการมือถือส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งจะมาจากส่วนของโปรโมชันที่สปริงจะทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อทำการตลาดผ่านโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นเป้าหมายคือ เพิ่มจำนวนผู้ใช้แอพฯ ให้มากที่สุด ไม่ใช่การขายเครื่อง

“สปริงอาจมีเครื่องออกสู่ตลาด 23 รุ่นก็เพียงพอแล้ว เน้นเครื่องคุณภาพดีราคาถูก เพื่อรองรับตลาดบางส่วน แต่ถ้าใครมีเครื่องที่ดีอยู่แล้ว ก็โหลดแอพฯ ไปใช้ได้ แบบนี้ไม่ว่าใครก็สามารถแชตกันได้ ไม่ผูกขาดกับผู้ใช้บางคนเท่านั้น” นายชวัล กล่าว

ถือเป็นอีกรูปแบบโมเดลของมือถือแบรนด์ไทย ที่ขายเครื่องเป็นทางเลือก แต่เน้นให้บริการแอพฯ เป็นหลัก ซึ่งหากมองให้ลึกแล้วนี่คือการสร้างโซเชียลเน็ตเวิร์กของไทยแท้ๆ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน