
กสิกรแนะทำกำไรถี่ หุ้นแพงเลือกรายตัว
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.กสิกรไทย เชียร์ปี 2554 เลือกหุ้นรายตัวชนะดัชนี เชื่อหลายบริษัทได้ประโยชน์จากการซื้อหรือควบรวมกิจการ เน้นลงทุนกลุ่มธนาคาร ปิโตรเคมี โรงกลั่น นิคมอุตสาหกรรม อาหาร ก่อสร้างและพาณิชย์น.ส.โศภนา เจนบวร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนหุ้นในปี 2554 จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเลือกหุ้นที่ดีมากขึ้น เนื่องจากภาวะตลาดหุ้นโดยรวมจะไม่ได้ให้ผลตอบแทนสูงเท่ากับปี 2553 โดยดัชนีมีเป้าหมายอยู่ที่ 1,200 จุด และบริษัทจดทะเบียนมีอัตราการเติบโตกำไรสุทธิ 20%
“
การเลือกตัวหุ้นยังเป็นกลยุทธ์หลักในการลงทุนปีหน้า และต้องมีการซื้อขายทำกำไรบ่อยขึ้น เพราะหากดูจากอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิในปีนี้ หุ้นหลายตัวถือว่าราคาแพงแล้ว แต่ยังมีหุ้นหลายตัวที่มีปัจจัยสนับสนุน โดยเฉพาะการได้ประโยชน์จากการซื้อและควบรวมกิจการ” น.ส.โศภนา กล่าวสำหรับหุ้นในกลุ่มที่ บลจ.กสิกรไทยให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ทั้งธนาคารขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ซึ่งในปี 2554 ถือว่าเป็นปีที่ดีของกลุ่มธนาคาร เนื่องจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นและการขยายกำลังการผลิต
นอกจากนี้ ยังมีหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีและโรงกลั่น ซึ่งได้รับผลดีจากการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐและเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว ในขณะที่ราคาหุ้นยังไม่สูงนัก อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องการควบรวมกิจการ ที่จะทำให้บริษัทมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะที่หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม อาหาร ก่อสร้าง และพาณิชย์ มีแนวโน้มที่ดีเช่นกัน
น.ส.โศภนา ยังกล่าวอีกว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 17 ธ.ค. 2553 กองทุนหุ้นของ บลจ.กสิกรไทยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 41.48
– 51.67% ซึ่งสูงกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ที่ปรับเพิ่มขึ้น 37.80% ซึ่งเป็นการยืนยันว่า กองทุนที่มีสไตล์การบริหารในเชิงรุก (Active Management) จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ากองหุ้นที่บริหารแบบเชิงรับ (Passive Management) และคาดว่า สถานการณ์ตลาดหุ้นในปี 2554 จะทำให้กองทุนหุ้นแบบ Active จะมีผลคอบแทนที่ดีกว่าเช่นกัน






