
โฆษณาปลายปีคึกลูกค้าแห่ใช้งบ
โพสต์ทูเดย์
— อุตสาหกรรมโฆษณาไตรมาส 4 คึกคัก การเมืองนิ่ง ลูกค้าแห่ใช้งบ ปีหน้าบุกต่อรับศึกเลือกตั้ง คาดโตกว่า 10%นายวิทวัส ชัยปาณี นายกกิตติม ศักดิ์สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจโฆษณาในช่วงไตรมาส 4 มีอัตราการเติบโตกว่า 10% สูงกว่าไตรมาส 3 ที่มีอัตราการเติบโตไม่ถึง 10% เนื่องจากการเมืองเริ่มนิ่ง ส่งผลให้ผู้ประกอบการสินค้าเริ่มมีความเชื่อมั่นและกล้าที่จะออกมาใช้งบผ่านสื่อโฆษณามากขึ้น
จากแนวโน้มดังกล่าวเชื่อว่าจะส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจโฆษณาสิ้นปีนี้เติบโตเกือบ 10% แม้ว่าจะมีปัจจัยลบเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการใช้สื่อไปบ้าง
สำหรับภาพรวมธุรกิจโฆษณาในปีหน้า คาดว่าจะมีเติบโตสูงกว่า 10% เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับปีหน้าจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจโฆษณามีความคึกคัก เนื่องจากจะมีพรรคการเมืองออกมาใช้งบผ่านสื่อโฆษณาในการหาเสียงเลือกตั้ง
“
สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดในปีหน้ายังคงเป็นเรื่องการเมือง เพราะเป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้ทุกอย่างชะงัก ซึ่งการที่ภาครัฐยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะในมุมมองของต่างชาติค่อนข้างเป็นแง่ลบ” นายวิทวัส กล่าวสำหรับกลุ่มสินค้าที่ใช้งบผ่านสื่ออย่างต่อเนื่อง อันดับ 1 ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าดูแลเส้นผม และผิวหน้า สังเกตได้จากการออกมาโฆษณาสินค้าผ่านสื่ออย่างต่อเนื่อง อันดับ 2 เป็นของกลุ่มสื่อสารและโทรศัพท์ อันดับ 3 เป็นกลุ่มรถยนต์ สังเกตได้จากยอดการจองรถยนต์และการจัดงานมอเตอร์โชว์ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ขณะที่อันดับ 4 เป็นกลุ่มสินค้าของตกแต่งบ้านที่เติบโตตามการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เนื่องจากธุรกิจอสังหารมิทรัพย์มีอัตราการเติบโตที่ดี จึงส่งผลให้ธุรกิจดังกล่าวมีอัตราการเติบโตที่ดีตามไปด้วย
ส่วนช่องทางที่มีการซื้อสื่อโฆษณามากที่สุดยังคงเป็นทีวี ตามด้วยโรงหนัง และสื่อ ณ จุดขาย แต่สื่อที่น่าจับตามองที่สุดคือ สื่ออนไลน์ แม้ว่าจะมีการใช้งบผ่านช่องทางดังกล่าวไม่มาก แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการมีการทำกิจกรรมทางการตลาดผ่านช่องทางดังกล่าวมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้มีส่วนรวมในแบรนด์สินค้า ซึ่งถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างแบรนด์โดยเฉพาะช่องทางเฟ๊ชบุ๊ค และทวิสเตอร์ ซึ่งปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจสื่อออนไลน์ประเภทดังกล่าวเป็นอย่างมาก
“
สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดสำหรับธุรกิจโฆษณาในปีหน้ายังคงเป็นเรื่องการเมือง เพราะเป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้ทุกอย่างชะงัก ซึ่งจากการที่ภาครัฐมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะในมุมมองของต่างชาติค่อนข้างเป็นแง่ลบ แต่สำหรับคนไทยไม่ค่อยมีผลในเรื่องดังกล่าว เพราะตอนนี้ทุกคนยังใช้ชีวิตตามปกติ แต่ขณะเดียวกันก็อาจจะมีผลกับคนบางกลุ่มไม่กี่ล้านคนที่มีการชุมนุมเป็นบางจังหวัดหรือบางขุดเท่านั้น แต่สำหรับประชาชนอีก 50 กว่าล้านคนยังคงใช้ชีวิตตามปกติ”นายวิทวัสกล่าว






