posttoday
สภาพัฒน์เชื่อเศรษฐกิจปีนี้ทะลุ8%

สภาพัฒน์เชื่อเศรษฐกิจปีนี้ทะลุ8%

23 ธันวาคม 2553

 

แนะปีหน้ารุกท่องเที่ยวบริการลงทุนภาครัฐเอกชนนำส่งออก

โพสต์ทูเดย์ — สศช.คาดเศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจขยายตัวทะลุ 8% หากส่งออกเดือนนี้รุ่ง ลุ้นปีหน้าโตกว่าที่คาดไว้หากเดินไปถูกทาง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2553 มีแนวโน้มว่าจะเติบโตได้มากกว่า 8% หากภาคการส่งออกในช่วงเดือน ธ.ค. ยังเติบโตได้ระดับ 2829% จากเดิมที่ สศช.คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 7.9%

เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2554 ที่ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตได้ในระดับ 3.54.5% นั้น มีโอกาสที่จะเติบโตได้มากกว่าที่คาดไว้ หากมุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสการเติบโตในภาคบริการและการท่องเที่ยว แม้ว่าปีหน้าเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนจากปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐ โดยจะต้องส่งเสริมธุรกิจใหม่ๆ ที่เน้นเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์

ขณะเดียวกันต้องใช้โอกาสในการเชื่อมโยงความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มอำนาจการต่อรองสินค้า ลดต้นทุนการผลิต รวมถึงความร่วมมือกับอนุภูมิภาค เช่น โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือที่เมืองทวายในประเทศพม่า ซึ่งจะเชื่อมโยงการขนส่งจากพม่ามายังไทยก็จะลดต้นทุนโลจิสติกส์ลง

นายอาคม กล่าวอีกว่า ในปีหน้าการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนจะเป็นความหวังที่จะสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการบริโภคภาคเอกชนที่กำลังซื้อในภาคชนบทยังมีความสำคัญหากแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรยังสูงขึ้นต่อเนื่อง

ขณะที่การส่งออกในปี 2554 อาจเติบโตได้ไม่เท่าปี 2553 รัฐบาลควรจะเร่งสร้างกำลังซื้อในประเทศของกลุ่มชนชั้นกลาง ผู้ที่มีเงินเดือนประจำ ซึ่งรัฐบาลได้ปรับขึ้นเงินเดือนค่าจ้างขึ้น

อย่างไรก็ดี จากการที่รัฐบาลเตรียมออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ดังนั้นอัตราเงินเฟ้อในปี 2554 ยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ในระดับ 3.5%

เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า สำหรับปัจจัยเสี่ยงในปีหน้ายังมีทั้งเรื่องความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง ขณะที่โครงสร้างเศรษฐกิจไทยเองยังต้องพึ่งพาการส่งออกถึง 80% ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจโลกมีปัญหา จึงอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

สำหรับปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทนั้น ภาคธุรกิจไม่ควรคาดการณ์ว่า เงินบาทควรจะแข็งค่าหรืออ่อนค่า แต่ควรใช้ฐานเงินบาทในปัจจุบันเป็นตัวคำนวณการทำธุรกิจในปีหน้า และเพิ่มปัจจัยความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนเข้าไปในการดำเนินธุรกิจด้วย

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันในตลาดโลก ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และปัญหาการเมืองในประเทศเรื่องความปรองดองแห่งชาติที่จะต้องนำมาเป็นปัจจัยเสี่ยงในการพิจารณาด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน