
10เดือนเบี้ยประกันยังห่างเป้า
‘
ม็อบแดงน้ำท่วม’ตัวฉุด ส่งผลยอดรวมเติบโต13%โพสต์ทูเดย์
— ยอดซื้อประกันชีวิต 10 เดือนแรกโต 13% มีสิทธิหลุดเป้าโต 16%สมาคมประกันชีวิตไทย รายงานว่า 10 เดือนแรกปี 2553 มีลูกค้ารายใหม่ซื้อประกัน 4.87 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2552 ที่เติบโต 26%
ด้านยอดซื้อกรมธรรม์ประเภทชำระครั้งเดียว มีจำนวน 2.43 หมื่นล้านบาท ลดลง 2%
สำหรับลูกค้าเก่าที่ทำการต่ออายุกรมธรรม์มีเบี้ยจำนวน 1.61 แสนล้านบาท อัตราการต่ออายุอยู่ 88% เพิ่มขึ้น 2% รวมเบี้ยรับทุกประเภท 2.34 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตราการเพิ่มขึ้น 17%
แหล่งข่าวจากบริษัทประกันชีวิต เปิดเผยว่า การเติบโตที่ลดลงเป็นผลจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ยืดยาว และมีการปิดสำนักงานหลายแห่ง ประชาชนอยู่ในภาวะติดตามสถานการณ์บ้านเมือง และเดือน ต.ค. เกิดภาวะน้ำท่วมหนักทั่วประเทศ และกินระยะเวลานาน ทำให้ประชาชนต้องกันรายได้ไว้สำหรับฟื้นฟูเศรษฐกิจของครอบครัว ประกอบกับการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ของตัวแทนทำได้ยาก
ขณะที่เดือน ธ.ค. แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มขึ้น มีผลต่อการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตเช่นเดียวกัน
แม้ว่าภาครัฐจะประกาศเพิ่มลดหย่อนภาษีกรมธรรม์บำนาญ แต่ยังไม่สามารถทำตลาดได้อย่างจริงจังในปีนี้ เพราะเป็นเรื่องใหม่ ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับตลาดพอสมควร
“
อาจทำให้เป้าหมายที่วางไว้ว่าปีนี้เบี้ยรับรวมจะเติบโต 16% หรือ 2.99 แสนล้านบาท อาจไม่ถึง เพราะขณะนี้ยังขาดอีกกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท” แหล่งข่าวเปิดเผยทั้งนี้ สมาคมประกันชีวิตไทย รายงานว่า บริษัทขนาดใหญ่มีอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลง และบางบริษัทเบี้ยลดลง เช่น บริษัท ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ เติบโตติดลบ 1% บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต ยอดขายใหม่ลดลง 8% บริษัท ไอเอ็นจี ประเทศไทย ลดลง 8%
รวมถึงบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กอย่างบริษัท ประกันชีวิตนครหลวงไทย ยอดซื้อของลูกค้ารายใหม่ติดลบ 26% บริษัท เจนเนอราลี่ ติดลบ 24% บริษัท เอซ ไลฟ์ แอสชัวรันซ์ ติดลบ 13% บริษัท โตเกียวมารีน อินชัวรันส์ ติดลบ 22%
บริษัท แมนูไลฟ์ ติดลบ 10% บริษิท ฟินันซ่า อยู่ในช่วงของการสั่งห้ามหยุดรับประกัน บริษัท ไทยคาร์ดิฟ ติดลบ 91% และบริษัท บางกอกสหประกันชีวิต ติดลบ 59%







