
พลังงานชงดึงงบกลางชดเชยนำเข้าแอลพีจี
"วรรณรัตน์"ชงที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน 30ธ.ค.นี้ ดึงงบกลางโปะนำเข้าแอลพีจีหวั่นเงินค่าภาคหลวงขั้นตอนเยอะไม่ทันเหตุการณ์
"วรรณรัตน์"ชงที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน 30ธ.ค.นี้ ดึงงบกลางโปะนำเข้าแอลพีจีหวั่นเงินค่าภาคหลวงขั้นตอนเยอะไม่ทันเหตุการณ์
น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน วันที่ 30 ธ.ค.จะมีการสรุปแนวทางการปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ซึ่งการตัดสินใจชึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีจะกำหนดมาตรการออกมาในลักษณะใด โดยกระทรวงพลังงานจะเสนอแนวทางลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากการนำเข้าแอลพีจี ด้วยการนำงบประมาณกลางของรัฐบาลมาใช้ดูแลจากเดิมที่มีแนวคิดจะนำค่าภาคหลวงปิเตรเลียมมาใช้
ทั้งนี้ต้องยอมรับกว่าการนำเงินค่าภาคหลวงที่เก็บได้ปีละ4 หมื่นล้านบาทมาชดเชยการนำเข้าแอลพีจีจะทำให้เกิดความล่าช้า เพราะมีขั้นตอนการแก้ไขกฏหมายพ.ร.บ.ปิโตรเลียม อาจไม่ทันกับสถานการณ์ ดังนั้นคงต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีในกพช.ว่าหากเป็นไปได้สามารถจัดงบกลางมาใช้ก่อนได้หรือไม่
นอกจากนี้จะเสนอแนวทางปรับราคาแอลพีจีหน้าโรงกลั่นให้สะท้อนราคาตลาดโลกเพื่อจูงใจให้โรงกลั่นน้ำมันหันมาผลิตแอลพีจีไว้ใช้ในประเทศ จากปัจจุบันที่มีการผลิตในประเทศเดือนละ 3.4 หมื่นตัน จะเพิ่มได้เป็น 6 หมื่นตัน /เดือน ในขณะที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่6 ของปตท.จะเดินเครื่องผลิตได้เต็มที่ตั้งแต่เดือนม.ค. 2554 ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าได้ส่วนหนึ่ง เมื่อพิจารณาแล้ว ในปี 2554 ปริมาณการนำเข้าแอลพีจีจะสามารถปรับลดลงได้ประมาณ 6 หมื่นตันจากเดิมที่นำเข้าอยู่เดือนละ1.2 แสนตัน
"การแยกแอลพีจี2 ราคาจะออกมาในแบบไหนอยู่ที่นายกรัฐมนตรีจะเป็นคนตัดสินใจเองทั้ง กระทรวพลังงานมีหน้าที่ในการรับนโยบายมาปฏิบัติการเท่านั้น ในขณะที่การใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ5,000 ล้านบาท มาดูแลราคาดีเซล ก็จะนำเข้าที่ประชุมกพช.ด้วย ซึ่งทั้งหมดจะมองในภาพรวมโดยเฉพาะในประเด็นภาระกองทุนน้ำมันฯจะรับได้แค่ไหน และต้องมีแนวทางอื่นๆมาเสริมเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบหรือไม่"น.พ.วรรณรัตน์ กล่าว







