
กองทุนDTCPFยอดจองล้นเข้าตลาดหุ้นม.ค.นี้
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี เผยนักลงทุนรายย่อย-สถาบันจองซื้อกองทุนขนาด 4,094 ล้านบาท มีความต้องการล้น เดินหน้าเข้าตลาดกลางม.ค.2554
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี เผยนักลงทุนรายย่อย-สถาบันจองซื้อกองทุนขนาด 4,094 ล้านบาท มีความต้องการล้น เดินหน้าเข้าตลาดกลางม.ค.2554
นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดุสิตธานี เปิดเผยว่า การเสนอขาย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DTCPF) ให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 7-17 ธ.ค.ที่ผ่านมา นับได้ว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยนักลงทุนให้ความสนใจจองซื้อจนล้นเกินกว่าจำนวนที่เสนอขาย ซึ่งต้องขอขอบคุณทั้งนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันที่ให้ความเชื่อมั่นบริษัทฯ มาโดยตลอด และในนามของผู้บริหารทรัพย์สิน บมจ.ดุสิตธานี จะทำหน้าที่ในการบริหารกิจการโรงแรมในเครือดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล อย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามที่นักลงทุนไว้วางใจ
ทั้งนี้ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DTCPF) ซึ่งมีมูลค่ากองทุนประมาณ 4,094 ล้านบาท เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนด้วยการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ (Freehold) ใน ที่ดิน อาคาร และงานระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมและเฟอร์นิเจอร์ ทรัพย์สินติดตรึงตราและอุปกรณ์ต่างๆ ของโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต และโรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่ รวมทั้งลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) เป็นระยะเวลา 30 ปี ในที่ดิน อาคาร และงานระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับโรงแรม และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในเฟอร์นิเจอร์ ทรัพย์สินติดตรึงตรา และอุปกรณ์ต่างๆ ของโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน โดยสัดส่วนการลงทุนในกองทุนนี้เป็น Freehold กว่า 75%
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย กล่าวว่า ความสำเร็จจากการเสนอขายหน่วยลงทุนของ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DTCPF) ในครั้งนี้ น่าจะมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความเชื่อมั่นในแบรนด์ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากล รวมถึงศักยภาพของทรัพย์สินที่กองทุนเข้าไปลงทุน และอัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนเชื่อว่าจะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
บลจ.กรุงไทย จะนำหน่วยลงทุนของ DTCPF เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป โดยคาดว่าน่าจะเข้าซื้อขายได้ในช่วงกลางเดือนมกราคม พ.ศ. 2554 ซึ่งน่าจะเป็นสินค้าใหม่ตัวแรกของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปีหน้านี้







