posttoday
พาณิชย์เผยส่งออกโต-คลังเก็บรายได้ทะลุเป้า

พาณิชย์เผยส่งออกโต-คลังเก็บรายได้ทะลุเป้า

20 ธันวาคม 2553

พาณิชย์เผยส่งออกพ.ย.โต28.5%คาดทั้งปีตามเป้ามูลค่ารวม1.9แสนล้านเหรียญ ด้านคลังเผยผลการจัดเก็บรายได้เดือนเดียวกันสุทธิ 144,622ล้าน ส่งสัญญาณเศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่อง

พาณิชย์เผยส่งออกพ.ย.โต28.5%คาดทั้งปีตามเป้ามูลค่ารวม1.9แสนล้านเหรียญ ด้านคลังเผยผลการจัดเก็บรายได้เดือนเดียวกันสุทธิ 144,622ล้าน ส่งสัญญาณเศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่อง

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าไทยพ.ย. 2553 มีมูลค่า 1.77 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.5% จากพ.ย.ปีก่อน แต่เมื่อเทียบในรูปเงินบาทส่งออกสินค้าไทยมีมูลค่า5.24 แสนล้านบาท  เพิ่มขึ้น 14.75% เท่านั้น ขณะที่การนำเข้าพ.ย.มีมูลค่า 1.72 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น35.3% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้าพ.ย.มูลค่า 408 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนการส่งออกช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.) 2553 มีมูลค่า 1.77 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 29.15% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ด้านการนำเข้า 11 เดือน มีมูลค่า 1.66 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น39.30% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 11 เดือน มูลค่า 1.18 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ 

ทั้งนี้ ภาพรวมการส่งออก 11 เดือนแรกถือว่าดีมาก สูงกว่าที่กระทรวงฯคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในรูปแบบของเงินเหรียญสหรัฐ แต่หากมองมูลค่าเงินบาท ถือว่าผู้ส่งออกสามารถปรับตัวได้แล้ว โดยมีการปรับราคาสินค้าขึ้นตามการแข็งตัวของค่าเงินบาทจนมียอดเติบโตที่ 20% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และที่สำคัญยังสะท้อนว่าคู่ค้าต่างประเทศเริ่มรับได้กับราคาใหม่ที่ปรับขึ้น และคลายความกังวลจากผลกระทบของค่าเงินบาทแข็งตัว โดยคาดว่าทั้งปีการส่งออกจะเติบโตได้ถึง 26-27% มูลค่าเกิน 1.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หากการส่งออกในเดือนธ.ค.สามารถส่งออกได้ 1.4-1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ 

สำหรับการส่งออกปี 2554 ตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% มีมูลค่าเกิน 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แต่จะต้องประเมินผลกระทบการส่งออกเป็นระยะ ทั้งรูปแบบค่าเงินบาทและเงินเหรียญสหรัฐ เพราะมีปัจจัยกระทบหลายด้าน โดยปัจจัยเสี่ยงปีหน้ามาจากการเคลื่อนย้ายของตลาดเงินที่รวดเร็ว ซึ่งกระทบกับอัตราแลกเปลี่ยนให้เกิดผันผวน โดยผู้ส่งออกข้าว ผลไม้ ได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์ประสานไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และขอให้รัฐบาลช่วยดูแลภาษีมุมน้ำเงิน ภาษีนำเข้าวัตถุดิบ ในการลดต้นทุนจากผลกระทบจากค่าบาทแข็งค่า ซึ่งจะรายให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบถึงมาตรการที่เอกชนต้องการให้ช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม สินค้าส่งออกสำคัญเดือนพ.ย. โดยกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่มขึ้น 25.7% ได้แก่ ข้าวเพิ่มขึ้น 53.1% หลังจากรัฐบาลเริ่มทยอยระบายสต๊อกทำให้การส่งออกสูงถึง 9 แสนตัน และคาดว่าทั้งปีจะส่งออกได้ตามเป้าหมาย 8.5 ล้านตัน ยางพาราเพิ่ม 49.2% อาหาร 21.5% มันสำปะหลัง 7.5% แต่น้ำตาลลดลง 67.8% เนื่องจากผลผลิตในประเทศลดลงและความต้องการใช้ในประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่ม 27.9% ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ 8.2% เครื่องใช้ไฟฟ้า 28.8% ยานยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ 35.9% อัญมณีและเครื่องประดับ 89.7%

ตลาดส่งออกยังขยายตัวทุกตลาด โดยกลุ่มตลาดหลักขยายตัว 22.5% ได้แก่ สหรัฐฯ 19.9% สหภาพยุโรป 22.6% ญี่ปุ่น 25.1% ตลาดศักยภาพสูงขยายตัว 30.3% ได้แก่ อาเซียน 25.9% จีน 20.9% ฮ่องกง 55.8% เอเชียใต้ 26.5% ไต้หวัน 70.3% และเกาหลีใต้ 41.8% ตลาดศักยภาพระดับรองขยายตัว 24.1% ได้แก่ รัสเซียและกลุ่มสหภาพโซเวียตเดิม (ซีไอเอส) 122.9% ลาตินอเมริกา 74.1% และแอฟริกา 46.3% มีเพียงทวีปออสเตรเลียหดตัว 0.3% ขณะที่ตลาดอื่นๆขยายตัว 169.7% เช่น สวิตเซอร์แลนด์ขยายตัว 226.3%

ด้านการนำเข้าเดือน พ.ย. ขยายตัวทุกกลุ่ม สินค้าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 61.1% สินค้าทุน 23.6% ทุน วัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป 34.1% อุปโภคบริโภคเพิ่ม 23.4% ยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง 41.5% 

สศค.เผยจัดเก็บรายได้พ.ย.เกินเป้า1.7หมื่นล้านบาท

ด้านนายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้รัฐบาลในเดือนพ.ย. 2553 สูงกว่าเป้าหมาย 1.7 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณจัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมายกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท หรือ 9.6%

ทั้งนี้ เดือนพ.ย. 2553 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 1.44 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1.71 หมื่นล้านบาท หรือ 13.4% สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว  12.0% เป็นผลจากการที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่องทำให้การจัดเก็บภาษีส่วนใหญ่สูงกว่าเป้าหมายที่สำคัญ ได้แก่ ภาษีเงินได้นิติบุคคลจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ 9,824 ล้านบาท

นอกจากนี้การที่เงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้มีการนำเข้ารถยนต์เป็นจำนวนมาก รวมทั้งผู้ประกอบการเกี่ยวกับการผลิตสุราและยาสูบคาดว่าจะมีการปรับเพิ่มอัตราภาษีจึงเร่งชำระภาษี

สำหรับ ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 ตั้งแต่ ต.ค. ถึง พ.ย. 2553 รัฐบาลจัดเก็บ รายได้สุทธิ 2.68 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 2.35 หมื่นล้านบาท หรือ 9.6% เป็นผลจากการจัดเก็บ ของกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากรที่สูงกว่าประมาณการทุกกรม

นายนริศ กล่าวว่า จากทิศทางเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และแนวโน้ม  การจัดเก็บรายได้รัฐบาลที่ผ่านมาทำให้เชื่อมั่นว่าปีงบประมาณ 2554 รัฐบาลจะจัดเก็บรายได้สูงกว่าเป้าหมาย 1.65 ล้านล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค