posttoday
เอสเอ็มอีมือโปร : ส่งต่อผู้รับเหมา

เอสเอ็มอีมือโปร : ส่งต่อผู้รับเหมา

19 ธันวาคม 2553

ในการจ้างผู้รับเหมาช่วงให้มาผลิตสินค้าแทนเรานั้น สิ่งสำคัญก็คือจะต้องควบคุมคุณภาพให้ได้ในระดับที่เราต้องการ แต่จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้คุณภาพตามนั้น....

ในการจ้างผู้รับเหมาช่วงให้มาผลิตสินค้าแทนเรานั้น สิ่งสำคัญก็คือจะต้องควบคุมคุณภาพให้ได้ในระดับที่เราต้องการ แต่จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้คุณภาพตามนั้น....

โดย...อานนท์

เมื่อคราวที่แล้ว ผมกล่าวถึงกรณีที่จู่ๆ สินค้าของเราเกิดขายดิบขายดี แต่ก็ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่ใจว่าจะขายดีระยะยาวหรือไม่ ก็เลยยังไม่ควรจะลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตในระยะยาว แต่อาจจะหาทางออกด้วยการจ้างผู้รับเหมาช่วง หรือซับคอนแทรกต์ เพื่อให้เขามาช่วยผลิตสินค้าแทนเรา

ในการจ้างผู้รับเหมาช่วงให้มาผลิตสินค้าแทนเรานั้น สิ่งสำคัญก็คือจะต้องควบคุมคุณภาพให้ได้ในระดับที่เราต้องการ แต่จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้คุณภาพตามนั้นล่ะครับ

เราก็ต้องเป็นคนบอกเขาว่า สินค้าของเราผลิตอย่างไร

หากเป็นสินค้าทั่วไป เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ ก็ไม่มีปัญหามากเท่าไหร่ เพราะสามารถบอกกันได้ว่า ต้องการแบบไหน สีไหน วัตถุดิบอย่างไร

แต่สินค้าบางอย่างอาจจะมีเรื่องของเทคโนโลยี หรือเคล็ดลับ สูตรลับทางการค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ที่เราเป็นผู้คิดค้นขึ้นมาได้ และวิธีการผลิตก็ยังเป็นความลับสำคัญอยู่ แต่จะทำอย่างไรหากต้องจ้างให้ผู้อื่นมาช่วยผลิต

ในกรณีที่สินค้านั้นเป็นสินค้าที่สามารถแยกส่วนได้ ก็อาจจะจ้างผู้รับเหมาช่วงหลายๆ ราย ให้แต่ละรายผลิตชิ้นส่วนหรือองค์ประกอบในแต่ละชนิด แล้วเราค่อยนำชิ้นส่วนทั้งหมดมาประกอบเอง หากทำได้อย่างนี้ ผู้ที่รับงานต่อก็จะไม่ทราบขั้นตอนการผลิตทั้งหมด แต่จะทราบเป็นส่วนๆ ทำให้ไม่สามารถกลายร่างจากผู้รับทำให้เรา มาเป็นคู่แข่งของเรา

หากให้สมมติ ก็ลองนึกถึงเสื้อเชิ้ตสักตัวหนึ่งนะครับ เราอาจจะว่าจ้างโรงงานที่ 1 ทอผ้า จ้างโรงงานที่ 2 ย้อมผ้า จ้างโรงงานที่ 3 ผลิตกระดุม จ้างโรงงานที่ 4 ทำงานเย็บปัก ฯลฯ ก็จะเกิดการแยกส่วนที่ชัดเจน โดยไม่มีรายใดรายหนึ่ง|รู้ขั้นตอนทั้งหมด แล้วทำให้เราเสียหาย

แต่ในกรณีที่ไม่สามารถแบ่งแยกส่วนในการผลิตออกไปสู่โรงงานหลายๆ ประเภทได้ ก็อาจจะเลือกวิธีการแบ่งส่วน เช่น เราผลิตไปได้ครึ่งหนึ่ง แล้วส่งต่อให้เขาช่วยทำในส่วนที่ไม่สำคัญ หรือไม่มีอะไรเป็นความลับ โดยเก็บส่วนที่เป็น “หัวใจ” ในการผลิตเอาไว้ที่โรงงานของเราเท่านั้น และเกลี่ยพนักงานของเราให้ไปเน้นทำงานการผลิตในส่วนที่เป็นหัวใจนี้ เพื่อให้เกิดการผลิตในขั้นตอนสำคัญนี้มากๆ และส่งขั้นตอนปลีกย่อยไปให้ซับคอนแทรกต์

ตัวอย่างเช่น เราผลิตขนมปังสูตรลับ แต่ทำไม่ทัน ก็อาจจะโยกพนักงานทั้งหมดมาไว้ในส่วนของการเตรียมวัตถุดิบและการทำส่วนผสม แล้วพอได้ออกมาเป็นแป้งที่หมักเรียบร้อยตามสูตรลับของเราแล้ว ก็ค่อยส่งแป้งนี้ไปให้โรงงานอื่นช่วยอบให้ในอุณหภูมิและเวลาที่เรากำหนดจนกลายเป็นขนมปัง เป็นต้น แบบนี้สูตรลับก็ไม่หายไปไหนและยังได้สินค้าที่มีคุณภาพ เพราะเราเป็นผู้ดำเนินการในขั้นตอนที่เป็นหัวใจ ด้วยการจัดเตรียมวัตถุดิบเองทั้งหมด และดำเนินการกับกระบวนการสำคัญๆ เอง แค่เปิดให้คนภายนอกเข้ามาช่วยในบางส่วนที่เราทำไม่ทันจริงๆ

แต่หากถึงที่สุดแล้ว อาจจะมีสินค้าบางประเภทที่แบ่งวัตถุดิบก็ไม่ได้ แยกส่วนการผลิตก็ไม่ได้ จนมีความจำเป็นที่จะต้องเปิดเผยขั้นตอนความลับให้ผู้อื่นทราบเพื่อให้เขาผลิตครบทุกขั้นตอน ก็อาจจะต้องมีการดำเนินการด้านกฎหมายเตรียมไว้ล่วงหน้า เช่น ก่อนจะว่าจ้าง ก็ต้องขอให้มีการจับเซ็นสัญญากันไว้ก่อน ระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่าสูตรหรือเคล็ดลับที่เราเป็นผู้คิดขึ้น และเปิดเผยเพื่อให้เขารับจ้างเป็นผู้ผลิตให้เรานี้ เป็นสิทธิของเรา และห้ามไม่ให้มีการละเมิด หรือนำไปผลิตเอง หรือขายสูตรให้คนอื่น

ที่สำคัญต้องระบุให้แน่นอนในสัญญาว่า หากมีการละเมิดข้อตกลง จะปรับ หรือฟ้องร้องกันอย่างไร ก็ว่าไปในสัญญาให้ครบถ้วน เมื่อคิดว่าได้สัญญาที่รอบคอบแล้ว ค่อยว่าจ้างให้เขาผลิต

ที่ดีไปกว่านั้นก็คือ หากคิดค้นอะไรใหม่ๆ ได้ ควรไปจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาไว้กับกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นเรื่องเป็นราว มีเอกสารที่ชัดเจนไว้ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาละเมิดความคิดของเราได้ ซึ่งในขั้นตอนนี้ผู้ประกอบการขนาดเล็กส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะนึกถึง และมักจะละเลยการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้เมื่อไหร่ก็ตามที่สินค้าเกิดฮิตติดลมบนขึ้นมา ก็จะถูกคนมาเลียนแบบไปได้ง่ายๆ โดยที่เราไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้เลย

บางคนเจอหนักกว่านั้น คือ เราเป็นคนคิดเองแท้ๆ แต่พอมีคนมาเลียนแบบ ไอ้คนเลียนแบบนั้นเกิดรู้แกว ชิงไปจดทะเบียนแล้วบอกว่าตัวเองเป็นคนคิดเสียก่อน ทำให้เรากลายเป็นผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นไปเสียนี่ ทั้งๆ ที่เราคิดเองแท้ๆ ซึ่งคงต้องเตือนว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาแล้ว และเกิดขึ้นบ่อยๆ กับผู้ประกอบการที่ไม่คิดถึงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา จนทำให้สุดท้ายแล้วเกิดความเสียหาย เสียเปรียบคนที่เขาคิดนวัตกรรมได้ช้า แต่คิดเรื่องกลยุทธ์ได้เร็วกว่า

เก็บเรื่องแบบนี้ไว้เป็นบทเรียน และอย่าปล่อยให้เกิดขึ้นกับเรานะครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน