posttoday
กทช.ขีดเพดานค่าโทรมือถือไม่เกิน99สตางค์

กทช.ขีดเพดานค่าโทรมือถือไม่เกิน99สตางค์

16 ธันวาคม 2553

กทช.ทิ้งทวนหน้าที่ หลังกฎหมาย กสทช. เตรียมประกาศใช้ มีมติขีดเส้นค่าบริการโทรศัพท์มือถือสูงสุดเฉลี่ยไม่เกิน 99 สตางค์ต่อนาที อัตราขั้นต่ำเฉลี่ย 51สตางค์ต่อนาที

กทช.ทิ้งทวนหน้าที่ หลังกฎหมาย กสทช. เตรียมประกาศใช้ มีมติขีดเส้นค่าบริการโทรศัพท์มือถือสูงสุดเฉลี่ยไม่เกิน 99 สตางค์ต่อนาที อัตราขั้นต่ำเฉลี่ย 51สตางค์ต่อนาที

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ หรือ บอร์ด มีมติกำหนดอัตราค่าบริการโทรคมนาคม ตามประกาศกทช.  ให้คิดอัตราค่าบริการขั้นสูงสุดเฉลี่ย 99 สตางค์ต่อนาที และอัตราขั้นต่ำเฉลี่ย 51 สตางค์ โดยประกาศดังกล่าวจะมีผลทันทีที่ กทช.ส่งหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายรับทราบอย่างเป็นทางการ

ประกาศดังกล่าวเพื่อไม่ให้ผู้ใช้บริการถูกเอาเปรียบจากค่าบริการที่แพงเกินไป  แต่ราคาค่าบริการปัจจุบันของผู้ให้บริการในปัจจุบันนั้นไม่เกินเพดานที่กำหนด แบ่งเป็น คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส (เอไอเอส) อัตราค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 81 สตางค์บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น ( ดีแทค) เฉลี่ยอยู่ที่ 69 สตางค์ และบริษัท ทรูมูฟ เฉลี่ยอยู่ที่ 71 สตางค์

ทั้งนี้การประชุมเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา  คือการประชุมกทช.ครั้งสุดท้ายของกทช.เนื่องจาก พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการ วิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ..  หรือ พ.ร.บ.กสทช. กำลังจะประกาศใช้ ส่งผลให้ขณะนี้ กทช. จะรับผิดชอบอำนาจหน้าที่ตามบทเฉพาะกาล มาตรา 95 และดำเนินการในสิ่งที่ไม่ขัดต่อพ.ร.บ.กสทช. เท่านั้น

ส่วนงบประมาณประจำปี 2553 มีรายรับ 4,600 ล้านบาท กทช.เตรียมส่งเข้าคลัง 1,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะเป็นรายจ่าย 3,600 ล้านบาท แบ่งเป็นงบผูกพันในโครงการต่างๆรวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆมีประมาณ 1,426 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายใน 3 สถาบัน คือ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม หรือ ทริดี้ และสถาบันการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม ไว้ที่ 701 ล้านบาท ส่วนงบใช้จ่ายที่เหลือยังไม่อนุมัติ

นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาเรื่องการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 1900 เมกะเฮิรตซ์  จำนวน 15 เมกะเฮิร์ตซ คืนจากบริษัท ทีโอที โดยให้ พ.อ. นที ศุกลรัตน์ ทำหน้าที่ศึกษาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม  เพื่อนำคลื่นความถี่ดังกล่าวมาเปิดประมูลและให้บริการในลักษณะโมบายทีวี หลังจากที่ ทีโอทีให้บริการ 3 จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซ ทำให้ย่าน1900 เมกะเฮิร์ตซ ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานอีก

รวมทั้งมีมติไม่รับอุทธรณ์การเลื่อนเปิดบริการคงสิทธิเลขหมาย หรือ นัมเบอร์พอร์ทบิลิตี้ ของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากคดีดังกล่าวอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองกลาง และจะมีการพิจารณาคดีในวันที่ 15 ม.ค. 2554  หลังจากที่ผู้ให้บริการยื่นฟ้องกทช.ต่อศาลปกครองกลาง ขอเพิกคำสั่งกรณีขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองเลื่อนกำหนดการเปิดให้บริการจากที่กทช.ได้กำหนดไว้ในวันที่ 1 ก.ย. 2553 ที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน