
สวัสดิการนิยม บนเส้นทางสุดวิบาก
การออกแพ็กเกจสวัสดิการนิยมของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำลังงวดเข้ามา เพราะรัฐบาลอ้างว่าจะให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน
โดยโฟกัสของมาตรการที่ออกมาพุ่งเป้าไปที่แรงงานนอกระบบ โดยเฉพาะอาชีพอิสระอย่างรถจักรยานยนต์รับจ้าง รถแท็กซี่ และหาบเร่แผงลอย
ไฮไลต์หลักอยู่ที่มาตรการดึงคนกลุ่มนี้มากกว่าแสนคนเข้ามาอยู่ในการดูแลของประกันสังคม ด้วยวงเงินที่เหมาะสมกับรายได้
ตัวเลขที่มีการเคาะกันออกมาคือเงินสมทบต่ำสุดเดือนละ 100 บาท แลกกับรับสิทธิเงินชดเชยสูญเสียรายได้จากการพักรักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิต
แต่สิ่งที่แรงงานนอกระบบเรียกร้องหนักก็คือต้องการ
“สิทธิการรักษาพยาบาล” จากโรงพยาบาลในเครือประกันสังคม ซึ่งถือว่าดีกว่าการใช้บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรคปัญหาก็คือรัฐบาลจะหาทางออกอย่างไร เพราะหากตอบสนองความต้องการของรากหญ้า ก็ต้องจ่ายเงินสมทบให้กับกองทุนประกันสังคมในวงเงินก้อนโต
ในมุมมองของ พนัส ไทยล้วน กรรมการตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง คณะกรรมการประกันสังคม เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลจะดึงแรงงานนอกระบบเข้ามาสู่ระบบประกันสังคมด้วยการจ่ายเงินสมทบ 100180 บาทต่อเดือน อาจจะไม่มีคนสนใจมากนัก เพราะได้สิทธิประโยชน์น้อยมาก
โดยมีแค่สิทธิประโยชน์กรณีพักรักษาในโรงพยาบาลครั้งละ 1,000 บาท ไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี และกรณีเสียชีวิตได้เงินชดเชย 100 เท่าของค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งจะไม่ได้สิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาล อาจจะทำให้กลุ่มแรงงานนอกระบบ หรือกลุ่มขับรถรับจ้าง หาบเร่แผงลอยไม่สนใจนัก
แต่หากจะดึงแรงงานนอกระบบมาใช้สิทธิรักษาพยาบาลด้วย ก็ต้องถามว่ารัฐจะเอาเงินจากไหนมาอุดหนุน เพราะปัจจุบันประกันสังคมจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเหมาจ่ายให้โรงพยาบาลประมาณ 2,400 บาทต่อปีต่อคน
“
ถ้ารัฐบาลเก็บเงินจากแรงงานนอกระบบเดือนละ 100180 บาทคงไม่พอจ่าย ขาดทุนใครจะรับผิดชอบ เพราะจะต้องจ่ายเหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วย” พนัส ระบุตามกฎหมายประกันสังคมในปัจจุบันกำหนดจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม 3 ฝ่าย นายจ้าง 5% ลูกจ้าง 5% และรัฐบาล 2.5% ของรายได้
โดยผู้ประกันตนได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี คือ เจ็บป่วย ตาย ทุพพลภาพ คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน
ปัจจุบันมีสมาชิกผู้ประกันตนประมาณ 10 ล้านคน มีเงินกองทุน 7 แสนล้านบาท
ขณะที่ผู้ประกันตนมาตรา 39 คือผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนและลาออกจากการเป็นลูกจ้าง แต่มีความประสงค์ที่จะเป็นสมาชิกประกันสังคมอยู่สามารถจ่ายเงินสมทบครอบคลุมทั้งส่วนของตัวเองและส่วนของนายจ้างเดือนละ 432 บาท เพื่อได้รับสิทธิการประกันสังคม 6 กรณีต่อไป ยกเว้นเพียงสิทธิประโยชน์การว่างงาน
พนัส ระบุว่า หากรัฐบาลจะดึงแรงงานนอกระบบมาเข้าสู่ประกันสังคมจะต้องมีจัดการตั้งกองทุนแยกออกมาจากกองทุนประกันสังคม และจะต้องมีเงินทุนประเดิมให้ โดยห้ามเกี่ยวข้องกับเงินกองทุนประกันสังคมเด็ดขาด
“
หากมาแตะต้องเงินกองทุนประกันสังคม กลุ่มผู้ประกันตน 10 ล้านคน พร้อมที่จะลุกต่อต้านทันที และหากรัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบการรักษาพยาบาลทั้งหมดให้กับแรงงานนอกระบบให้ได้สิทธิประกันสังคมแล้วจะต้องจ่ายให้กับผู้ประกันตนในระบบด้วย เพราะไม่มีความยุติธรรม” ตัวแทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการประกันสังคม ระบุคงต้องจับตาดูว่า รัฐบาลจะฝ่าวงล้อมในเรื่องนี้อย่างไร!!!







