
กวาด1.2หมื่นล้าน ลุยฟื้นฟูเศรษฐกิจ
โพสต์ทูเดย์
— ครม.กันเงินช่วยหลังอุทกภัยกว่า 1.2 หมื่นล้าน รีดงบเหลื่อมปีกว่า 7,000 ล้านบาท โยกงบไทยเข้มแข็งอีก 5,000 ล้านบาทนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการโอนเปลี่ยนแปลงงบรายจ่ายประจำปี 25522553 ที่กันไว้เหลื่อมปี เพื่อนำมาป้องกันและบรรเทาผลกระทบอุทกภัยได้จำนวน 7,099 ล้านบาท แบ่งเป็นงบเหลื่อมปี 25522553 จำนวน 2,503 ล้านบาท งบประมาณรายจ่ายที่ปรับแผนในปี 2554 อีก 4,595 ล้านบาท
นอกจากนี้ ครม.ยังรับทราบงบในโครงการไทยเข้มแข็งที่ปรับโครงการมาช่วยเรื่องอุทกภัยได้อีก 5,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นไปตามที่ได้มอบหมายให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ์อำนวยการกำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ดูแลโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัย และให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และ คชอ. พิจารณาเรื่องการเบิกจ่ายวงเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 924 ล้านบาท จากที่ก่อนหน้าที่ ครม.ได้อนุมัติเม็ดเงินช่วยเหลือ 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเบิกจ่ายจากงบกลางปี 2554
“
ถ้าเงินไม่พอก็พร้อมที่จะให้นโยบายหน่วยงานต่างๆ ปรับเปลี่ยนงบประมาณได้อีก ตามที่ คชอ.เสนอเรื่องขอมา” นายวัชระ กล่าวนายวัชระ กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยจัดสรรสินเชื่อ 500 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอิสระรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยและวาตภัยในอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยจะให้เปิดวงเงินให้กู้ต่อรายไม่เกิน 1 แสนบาท ไม่จำเป็นต้องมีหลักประกัน ยื่นขอสินเชื่อได้ภายในวันที่ 28 ก.พ. 2554 นี้
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติในหลักการตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้โรงงานยาสูบใช้แหล่งเงินลงทุนจากเงินรายได้ของโรงงานยาสูบในการก่อสร้างโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่ ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ คาดว่าจะใช้วงเงิน 1.62 หมื่นล้านบาท
สำหรับที่ตั้งโรงงานยาสูบปัจจุบันจะได้ให้มีการพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ และจะมอบให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดูแลต่อไป







