posttoday
อภิสิทธิ์ แจง ปัญหามาบตาพุดจบใน 6 เดือน

อภิสิทธิ์ แจง ปัญหามาบตาพุดจบใน 6 เดือน

14 มกราคม 2553

นายกฯคาดสางปัญหาลงทุน "มาบตาพุด" จบภายใน 6 เดือน หลังรัฐบาลได้ออกหลักเกณฑ์ปฏิบัติ ทางด้านสิ่งแวดล้อม

นายกฯคาดสางปัญหาลงทุน "มาบตาพุด" จบภายใน 6 เดือน หลังรัฐบาลได้ออกหลักเกณฑ์ปฏิบัติ ทางด้านสิ่งแวดล้อม

นายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ   นายกรัฐมนตรี   กล่าวว่า ปัญหามาบตาพุดจะสามารถคลี่คลายลงได้ภายใน 6 เดือน หลังจากรัฐบาลได้ออกหลักเกณฑ์ปฏิบัติ ทางด้านสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับกฏหมายมาตรา67วรรค2ของรัฐธรรมนูญ เพราะจะช่วยสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมจะต้องให้ความสำคัญกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออกเติบโตเต็มที่จนใกล้จุดอิ่มตัว โดยมองการขยายตัวในอนาคต ไปทางภาคใต้  ซึ่งเป็นพื้นที่ด้านการท่องเที่ยวอาจขัดแย้งกับการเติบโตของภาคอุตสาหกกรรม จึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ไปศึกษาความเหมาะสมอย่างละเอียด ในด้านผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทั้งการเดินหน้าโครงการสะพานเศรษฐกิจ (แลนด์บริดจ์) ที่เชื่อมท่าเรือฝั่งตะวันตกและตะวันออก การส่งเสริมการเติบโตภาคอุตสาหกรรม เชื่อมโยงระหว่างอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน ในขณะที่ไทยยังต้องการรายได้จากการท่องเที่ยวทางภาคใต้อยู่ ซึ่งต้องศึกษาอย่างรอบด้านเพื่อให้เกิดความสมดุล

“ปัญหามาบตาพุดที่เกิดขึ้นไม่มองปัญหาทางเทคนิค หรือกฏหมาย แต่เป็นปัญหาความไม่ไว้ใจระหว่างภาคประชาชนกับภาครัฐ ในเรื่องการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม   ซึ่งยอมรับว่าการพัฒนามาบตาพุดไม่ได้ยึดตามผังเมืองที่กำหนดไว้ เกิดการละเลย ไม่ทำเกิดความสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม ชุมชน และอุตสาหกรรม  ทั้งนี้การกำหนดกติกา หลักเกณฑ์ต่างๆต้องไม่มักง่าย มีความรัดกุม ไม่เช่นนั้นจะเป็นการทำลายภาคอุตสาหกรรม”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์   ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า เมื่อกฏกติกาต่างๆในเรื่องสิ่งแวดล้อมออกมาแล้ว จะทำให้กระบวนการปฏิบัติมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเอกชนพร้อมที่จะดำเนินตามทันทีให้สอดคล้องกับกฏหมายที่ออกมา   โดยในส่วนของปตท.ได้ยื่นข้อมูลเพิ่มเติมไปยังศาลปกครองแล้วจำนวน 6 โครงการ จาก  9 โครงการที่น่าจะเข้าข่ายได้รับการคุ้มครองชั่วคราว  โดยโครงการที่เหลืออีก3 โครงการของปตท.จะทยอยยื่นภายในเดือนม.ค.นี้  

นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่เครือซีเมนต์ไทย กล่าวถึงกรณีแก้ปัญหามาบตาพุดว่า เท่าที่ดูวันนี้ก็น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เพราะทุกฝ่ายต่างก็ต้องการให้ปัญหานี้จบโดยเร็ว และจากการทำงานของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายฯก็เริ่มเห็นผลงานแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในส่วนของเครือปูนซีเมนต์ขณะนี้ได้ยื่นขอผ่อนผันคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลางแล้ว 5 โครงการจากทั้งหมด 8 โครงการ โดย 4 โครงการที่ยื่นเป็นโครงการที่ลดมลภาวะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมชัดเจน และอีก 1 โครงการเป็นโครงการที่ได้รับใบอนุญาตรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)ก่อนรัฐธรรมนูญปี50 จะมีผลใช้ รวมทั้ง 5 โครงการมีมูลค่า 1 หมื่นกว่าล้านบาท ส่วนโครงการที่เหลือทางเครือปูนฯก็จะทยอยยื่นขอผ่อนผันคำสั่งคุ้มครองศาลฯ

“ยืนยันว่าขณะนี้เครือซีเมนต์ยังไม่มีการเจรจากับพาร์ทเนอร์หรือสถาบันการเงินเพราะฐานะการเงินของเครือซีเมนต์ยังแข็งแกร่งมาก โดยมีเงินสดอยู่ในมือกว่า 2 หมื่นล้านบาท และโครงการส่วนใหญ่ก็เป็นโครงการร่วมทุน แต่ยอมรับว่าจากปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อรายได้ของเครือซีเมนต์ในปีนี้แน่นอน แต่จะกระทบเท่าไหร่นั้นยังไม่สามารถตอบได้ แต่ถ้าดูโดยรวมแล้วยังถือว่าโอเคอยู่”นายกานต์ กล่าว

 อย่างไรก็ตามก็ตาม การเกิดปัญหาการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุดทำให้นักลงทุนเกิดความไม่สบายใจ ซึ่งทุกฝ่ายก็พยายามชี้แจงว่าขั้นตอนขณะนี้ถึงจุดไหนแล้ว ส่วนที่นายกฯพูดว่าปัญหาดังกล่าวจะคลี่คลายได้ภายใน 6 เดือนนั้นก็ไม่อยากมองในแง่ร้ายว่าจะนาน 8-10 เดือน แต่ถ้าจบได้ภายใน 6 เดือนจริงก็ถือเป็นเรื่องดี

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน