
หุ้นรับเหมาใหญ่มีสตอรีเล่น3ยักษ์
ซื้อซองประมูลสายสีแดง
‘ITD’ทิ้ง‘TTCL’กำไร300ล้านโพสต์ทูเดย์ — รฟม.เปิดหวูดสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง 3 ยักษ์รับเหมา ITDCKSTEC ซื้อซองตามคาด ด้าน ITD ขายบิ๊กล็อต TTCL 33.60 ล้านหุ้น คาดกำไรกว่า 300 ล้าน
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า วันที่ 14 ธ.ค.นี้ กระทรวงคมนาคมจะรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบโครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และคาดว่าจะลงนามกับผู้รับเหมาได้ในปลายเดือนนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเดินหน้าทำงานของบริษัท ช.การช่าง (CK) ที่ได้งานไป รวมทั้งบริษัทรับเหมามีแนวโน้มงานที่จะประมูลอย่างต่อเนื่องทั้งสายสีแดงและสายสีเขียว
ทั้งนี้ วันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา บริษัทรับเหมาได้ซื้อซองประกวดราคาโครงการก่อสร้างรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อรังสิต ระยะทาง 26 กิโลเมตร 3 ราย คือ 1.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) รายที่ 2 บริษัท ช.การช่าง (CK) และรายที่ 3 กิจการร่วมค้าเอสยู บริษัท ซิโนไทยเอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) ส่วนวันที่ 14 ธ.ค. จะเปิดให้ยื่นสัญญาที่ 2 งานโยธาจากสถานีบางซื่อรังสิต วงเงิน 18,861 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้รับเหมามายื่น 3 รายเท่าเดิม
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2553 มีรายการซื้อขายหุ้นในกระดานขนาดใหญ่ (บิ๊กล็อต) หุ้นของบริษัท โตโยไทย คอร์ปอเรชั่น (TTCL) 1 รายการ จำนวน 33.60 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 10 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 336 ล้านบาท ซึ่งราคาสูงกว่าราคาตลาด ปิดที่ 9.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท
สำหรับรายการดังกล่าวน่าจะเป็นการขายหุ้นของ ITD ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ TTCL และหลังขายหุ้นครั้งนี้ ITD ยังคงเหลือหุ้นที่ถืออยู่ 18.4 ล้านหุ้น
ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารของ ITD ระบุว่า จะขายหุ้น TTCL ให้กับพันธมิตรซึ่งเป็นผู้รับเหมารายใหญ่จากญี่ปุ่น ตามที่ผู้บริหารของ TTCL แสดงความประสงค์มา เพราะจะช่วยสนับสนุนให้การออกไปรับงานต่างประเทศของ TTCL บรรลุตามเป้าหมายเร็วขึ้น
บทวิเคราะห์จาก บล.ฟินันเซียไซรัส ระบุว่า ต้นทุนหุ้น TTCL ที่ ITD ถืออยู่นั้นจะอยู่ที่ 1.04 บาท ซึ่งการที่บริษัทขายหุ้นในราคา 10 บาท ก็จะมีกำไรจากการขายเงินลงทุนประมาณ 8.96 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 301 ล้านบาท
นายบดินทร์ แสงอารยะกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน (PYLON) กล่าวว่า บริษัทได้รับงานเสาเข็มเจาะใหม่จำนวน 8 โครงการ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 128.22 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้งานในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,000 ล้านบาท จะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2554
สำหรับรายได้ปีนี้มีโอกาสใกล้เคียงกับปีก่อนที่ทำได้ 596.83 ล้านบาท โดยช่วง 9 เดือนปีนี้มีรายได้แล้ว 406.15 ล้านบาท







