
ยอดขายรถเล็กพุ่ง ไม่เกินปีหน้ากินส่วนแบ่งแซงปิกอัพ
ผ่านงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 27 ไปแล้ว 9 วัน ยอดจองรถยนต์ในงานขึ้นไปถึงเกือบ 2 หมื่นคัน เป็นที่เรียบร้อย ทำให้ดูเหมือนว่าเป้าหมาย 3 หมื่นคันในปีนี้ ที่ ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานฯ คาดการณ์ไว้ว่า น่าจะไปถึงฝั่งฝันแบบไม่ยากเย็นอะไรนัก และน่าจะเป็นการสร้างสถิติครั้งใหม่ได้อีกครั้ง
แม้ขวัญชัยจะยังประเมินราคาเฉลี่ยของรถที่ถูกจองในงานไว้ที่คันละ 1 ล้านบาท อันจะสร้างเงินสะพัดในส่วนของรถยนต์กว่า 3 หมื่นล้านบาทในปีนี้ก็ตาม ด้วยเหตุผลที่ว่ารถยนต์หรูหราก็ได้รับการจับจองเป็นจำนวนมาก เห็นได้จากยอดจองของเมอร์เซเดสเบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู ที่แรงดีไม่มีตกอยู่ในขณะนี้
แต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า ความร้อนแรงที่แท้จริงของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แท้จริง เป็นผลมาจากการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์นั่ง โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ที่ช่วยให้ค่ายรถยนต์ที่ส่งสินค้าในกลุ่มระดับราคาต่ำกว่า 7 แสนบาท ออกมาทำตลาด ยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างมากในปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ปัจจัยบวกส่งผลค่อนข้างมากต่ออุตสาหกรรมยานยนต์
สาโรช เกียรติเฟื่องฟู นายใหญ่ค่ายฟอร์ด ประเทศไทย บอกว่า ในปัจจุบันตัวเลขของตลาดปิกอัพและตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลถือว่ามีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันมาก โดยรถยนต์นั่งมีส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 43% แต่กลุ่มที่เป็นตลาดใหญ่ก็คือกลุ่มรถยนต์นั่งระดับบีคาร์ ที่มีสัดส่วนประมาณ 23% ของตลาดรวม และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการเปิดตัวสินค้าใหม่ของผู้ประกอบการหลายราย
ความร้อนแรงของตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กและการชะลอตัวของโปรดักต์แชมเปียนตัวแรกอย่างปิกอัพ เห็นได้จากยอดการจองรถยนต์ที่เกิดขึ้นในงานมหกรรมยานยนต์ ที่ผู้ประกอบการหลายรายได้ชี้แจงตัวเลขการจองแบบละเอียดออกมาให้เห็น ทำให้พอมองเห็นภาพคร่าวๆ ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตได้
มาสด้ารายงานยอดจองรถยนต์ในช่วง 5 วันแรกที่ 1,056 คัน โดยรถยนต์ที่มียอดจองมากที่สุดในงาน ได้แก่ มาสด้า 2 ที่กอดคอกันได้ยอดจองไปกว่า 700 คัน ตามมาด้วยมาสด้า 3 อีกเกือบ 300 คัน ส่วนกระบะ บีที50 ที่มีการปรับไมเนอร์เชนจ์เล็กน้อยไปก่อนเปิดงาน มียอดจำหน่ายที่หลักไม่ถึงร้อยคันเท่านั้น
สอดคล้องกับตัวเลขการจำหน่ายของนิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ที่ ประพัฒน์ เชยชม รองประธานอาวุโส บอกว่า ตัวเลขยอดจอง 1,356 คัน ในช่วง 7 วันแรก มาจากการผลักดันของนิสสัน มาร์ช ที่มีสัดส่วนไปกว่า 50% ที่เหลือเป็นส่วนของรถยนต์นั่งขนาดกลางอย่าง เทียน่า และกระบะนาวารา ที่เพิ่งไมเนอร์เชนจ์มา ในสัดส่วนเท่าๆ กันที่ประมาณ 300 คัน
วิกรานต์ อมาตยกุล ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า แม้ยอดจำหน่ายของมิตซูบิชิกว่า 70% จะมาจากกลุ่มรถปิกอัพไทรทัน แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าตลาดปิกอัพยังโตอยู่ เนื่องจากในสัดส่วนนี้ มียอดจำหน่ายรถพีพีวีอย่างปาเจโร สปอร์ต รวมอยู่ด้วย จึงต้องกลับมาแยกตัวเลขโดยละเอียดอีกครั้ง
หันกลับไปมองที่ผู้ประกอบการรายใหญ่อื่นๆ ที่ติดอันดับ 15 ของยอดจองรถยนต์มากสุดในงาน เบอร์ 1 ตลอดกาลอย่างโตโยต้า ที่ทำยอดจองในช่วง 9 วันแรกไป 4,870 คัน ฮอนด้า ที่ได้ยอดจองไปแล้วกว่า 2,000 คัน รวมไปถึงนิสสันและมาสด้า ก็มีรถยนต์นั่งขนาดเล็กเป็นหัวหอกในการทำยอดจองให้เป็นไปตามเป้าหมายทั้งสิ้น
หนึ่งเดียวที่ไม่มีรถยนต์นั่งขนาดเล็ก แต่ติดมาในโผกับเขาด้วยก็คืออีซูซุ ผู้ยืนหยัดในตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มาโดยตลอด ในช่วง 9 วันแรกมียอดจองที่ 1,730 คัน อยู่ในอันดับที่ 3 ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าผู้ใช้งานปิกอัพที่ยังเป็นแฟนพันธุ์แท้ของอีซูซุ ก็ยังมีอยู่ และช่วยให้อีซูซุขยับตำแหน่งจากที่ 5 ในช่วง 5 วันแรกขึ้นมาจนได้
มีการประเมินที่สอดคล้องต้องการจากผู้ประกอบการหลายราย ว่าการเติบโตของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปีนี้ที่คาดว่าจะมียอดจำหน่ายถึง 7.8 แสนคันนั้น ปัจจัยหลักที่สำคัญมาจากการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ ที่มีความเหมาะสมกับสภาวะตลาดและการใช้งานจริงมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งที่ระดับราคาต่ำกว่า 7 แสนบาท ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ การที่ราคาน้ำมันดีเซลเคยปรับตัวขึ้นอย่างมาก ทำให้ลูกค้าที่เคยเลือกซื้อรถปิกอัพเพื่อใช้งานอเนกประสงค์ ได้กลับมาทบทวนถึงการใช้งานจริงของตัวเองอีกครั้ง และหากไม่มีความจำเป็นก็จะหนีมาใช้รถยนต์นั่งขนาดเล็กแทน ยิ่งมีการเปิดตัวสินค้ากลุ่มราคาถูกอย่างอีโคคาร์กันมากขึ้น ก็จะทำให้ตลาดรถยนต์นั่งกินส่วนแบ่งของตลาดปิกอัพไปมากขึ้น
ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าในตัวเลขการขาย 8.5 ล้านคันของปี 2554 จะได้เห็นว่ารถยนต์นั่งเติบโตและมีสัดส่วนการจำหน่ายมากกว่ารถปิกอัพเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ตัวแปรหลักอย่างฮอนด้า บริโอ อีโคคาร์ ของฮอนด้า ที่จะได้ฤกษ์เผยโฉมในเดือน มี.ค. พร้อมทำงานหนักนั้นให้เป็นจริงอยู่แล้ว!!!







