
ทริสคงเครดิตSTAที่BBB+
ทริส คง เครดิตองค์กร STA ที่ BBB+ แนวโน้ม “Positive”
ทริส คง เครดิตองค์กร STA ที่ BBB+ แนวโน้ม “Positive”
บริษัท ทริสเรทติ้ง ประกาศผลการทบทวนอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA)โดยยังคงเครดิตที่ “BBB+” ด้วยแนวโน้ม “Positive” หรือ “บวก” โดยอันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งของบริษัทในธุรกิจยางธรรมชาติ ตลอดจนการมีฐานลูกค้าที่กระจายตัว กลยุทธ์ลดความเสียงด้านราคาบางส่วนโดยการทำสัญญาซือ้ ขายล่วงหน้า (Hedging) และกำหนดเงื่อนไขการซื้อขายสินค้าในจำนวนและระยะเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน (Back-to-Back) ความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจยางธรรมชาติและคณะผู้บริหารที่มีความสามารถ ทว่าความแข็งแกร่งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากความผันผวนของราคายางธรรมชาติและสภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง นอกจากนี้อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงภาระหนีข้ องบริษัทที่อยู่ในระดับสูงที่แม้จะบรรเทาลงไปบางส่วนจากการมีสินค้าคงคลังที่มีสภาพคล่องและอยู่ในความต้องการของตลาดก็ตาม
แนวโน้มอันดับเครดิต “Positive” หรือ “บวก” สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและการที่บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดโลกที่สูงขึ้น โดยผลประกอบการของบริษัทได้รับประโยชน์จากราคายางธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่ง เป็นผลมาจากอุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้น และอุปทานที่ตํ่ากว่าอุปสงค์ในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้ง น ี้อันดับเครดิตอาจปรับเพิ้มขึ้น หากบริษัทสามารถรักษากำไรและเงินทุนจากการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่สูงเพื่อรองรับความผันผวนของราคายางธรรมชาติ โดยที่โครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งขึน้ จะเป็นปัจจัยบวกต่ออันดับเครดิตของบริษัท
ทริสเรทติ้งกล่าวว่า ปัจจุบันผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลกประกอบด้วยประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ผลผลิตโดยรวมจากทั้ง3 ประเทศคิดเป็น 67% ของผลผลิตทั ่ว โลกที่มีปริมาณ 9.7 ล้านตันในปี 2552 โดยประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด ด้วยผลผลิตรวม ทั้งสิ้น 3.16 ล้านตัน รองลงมาได้แก่ประเทศอินโดนีเซีย (2.44 ล้านตัน) และประเทศมาเลเซีย (0.86 ล้านตัน) ยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบที้ใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท เช่น ยางล้อสำหรับยานพาหนะ ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย และรองเท้า การบริโภคยางธรรมชาติทั่วโลกมีการเติบโตที่สมํ่าเสมอมาโดยตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ในปี 2552 การบริโภคยางธรรมชาติลดลงมาอยู่ที่9.4 ล้านตัน เทียบกับ10.2 ล้านตันในปี 2551 โดยปริมาณความต้องการลดลงอย่างมากในไตรมาสที่ 4 ของปี 2551 จากผลของภาวะทรุดตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ซึ่ง เกิดจากภาวะสินเชื่อที่ตึงตัวและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทัง้ นี ้ยอดขายรถยนต์ลดลงอย่างมากมีผลกระทบต่ออุปสงค์ยางล้อเนื่องจากผู้ผลิตยางล้อเป็นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมยางธรรมชาติโดยมีปริมาณการใช้คิดเป็นประมาณ 70% ของการผลิตยางทั่ว โลก มีการคาดการณ์ว่าในระยะปานกลางอุปสงค์ของยางธรรมชาติจะยังคงเติบโตจากการขยายตัวของยอดขายรถยนต์ในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่โดยเฉพาะในประเทศจีนและอินเดีย และภาวะเศรษฐกิจที่ค่อย ๆ ฟื้นตัวในประเทศพัฒนาแล้ว
ล่าสุดราคาหุ้นSTAซื้อขายที่ 36.50 บาทเพิ่มขึ้น 1 บาท







