posttoday
ฟิลลิปชูเอเชียตลาดเกิดใหม่

ฟิลลิปชูเอเชียตลาดเกิดใหม่

09 ธันวาคม 2553

 

มองศก.แกร่งยังลงทุนได้ปี’54 ทองคำไปต่อหุ้นไทย1,150จุด

โพสต์ทูเดย์ — ฟิลลิปมองปี 2554 หุ้นเอเชียตลาดเกิดใหม่ยังแจ่ม “หุ้นไทย” พักฐานให้เป้า 1,150 จุด

นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์หลักทรัพย์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนปี 2554 เศรษฐกิจโลกยังมีปัญหาเรื้อรังในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วต่อเนื่องจากปี 2553 บริษัทจึงยังแนะนำลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ ซึ่งน่าสนใจมากกว่าภูมิภาคอื่น

“ตลาดหุ้นเกิดใหม่มีความเสี่ยงขาลงน้อยกว่าสหรัฐและยุโรป เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจแข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาหนี้ในยุโรป และตราบใดที่อัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ยังสูงกว่าสหรัฐ การใช้มาตรการเพิ่มสภาพคล่องของสหรัฐยังกระตุ้นให้เกิดการโยกย้ายกระแสเงินไหลเข้าเอเชียเป็นผลบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง”

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของหุ้นเอเชียปรับตัวร้อนแรงในปี 2552 นำโดยอินโดนีเซีย ฟิลลิปปินส์ อินเดียและไทย ดังนั้นอาจเห็นการชะลอความร้อนแรงลงในปี 2554 จากการลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ รวมถึงนโยบายภายในประเทศเพื่อชะลอเงินเฟ้อหรือนโยบายชะลอการแข็งค่าของสกุลเงินท้องถิ่นก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ผันผวนได้ การลงทุนในปี 2554 จึงต้องจับตาสถานการณ์ใกล้ชิดและลงทุนโดยระมัดระวังมากขึ้นทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ประเมินประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกในปี 2554 ไว้ที่ 4.2% กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว 2.2% และกลุ่มตลาดเกิดใหม่ 6.4% โดยมีจีนและอินเดียเป็นผู้นำในการเติบโต ขณะที่บราซิลจะชะลอลงค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับปี 2553 และมีอัตราการเติบใกล้เคียงกับรัสเซีย

 

การลงทุนในตราสารหนี้แนะนำในตลาดเกิดใหม่เช่นกัน แต่เหตุที่หลายประเทศในเอเชียมีขนาดตราสารหนี้จำกัด ผลิตภัณฑ์ไม่หลากหลายและมีแนวโน้มผันผวนจากมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าเพื่อชะลอค่าเงินแข็งค่า จึงแนะกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก

นายสานุพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของตลาดหุ้นไทยมีทิศทางเดียวกับภูมิภาคเอเชีย แต่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากประเด็นการเมือง ในแง่ของการลงทุนจึงเน้นการเลือกหุ้น ส่วนอุตสาหกรรมส่งออกมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า จึงให้น้ำหนักกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับบริโภคภายในประเทศ ส่วนดัชนีอาจพักฐาน ให้เป้าหมายเบื้องต้นที่ 1,150 จุด ในปี 2554

สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างทองคำราคามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อจากความต้องการของผู้บริโภคทองคำรายหลักอย่างจีนและอินเดียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมทั้งการอ่อนค่าของเงินสหรัฐและความต้องการจากธนาคารกลางประเทศต่างๆ หลังค่าเงินสหรัฐอ่อนค่าลงและผันผวน

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค