
ดันตั้งองค์การมหาชนดูร้านอาหาร
โพสต์ทูเดย์
— สมาคมภัตตาคารไทยชงรัฐตั้ง “องค์การมหาชน” จัดระเบียบร้านอาหารภัตตาคาร ฝัน 2 ปี โกยเงินต่างชาติกว่า 5 แสนล้านบาท หลังการเมืองทุบคนไทยทานข้าวนอกบ้านวูบ 30%นางปวรวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมอยู่ระหว่างศึกษาข้อกฎหมาย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อเสนอให้ ครม. พิจารณาจัดตั้งองค์การมหาชน ด้านอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อทำหน้าที่จัดระเบียบ วางแผนการบริหารจัดการ พัฒนาบุคลากร แนวทางลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้เติบโตอย่างมีทิศทาง
ปัจจุบันธุรกิจอาหารและภัตตาคารมีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงต่างๆ ถึง 11 กระทรวง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น ทำให้การส่งเสริมไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน โดยสมาคมต้องการผลักดันให้ภาครัฐทำการวิจัยตลาด ถึงความต้องการอาหารไทยในแต่ละประเทศ เพื่อเป็นแนวทางให้กับนักลงทุนไทยและต่างชาติตัดสินใจลงทุนได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ภาคการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมเฉลี่ย 5 แสนล้านบาท/ปี จากปัจจุบัน 2 แสนล้านบาท/ปี
“
สมาคมฯยินดีเป็นเจ้าภาพถ้ารัฐสนับสนุนให้ธุรกิจอาหารมีองค์การมหาชนขึ้นมาบริหารจัดการ เพราะอาหารไทยยังไม่มีบุคลิกที่ชัดเจนในตลาดโลก ทำให้การลงทุนและการพัฒนาไม่สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด” นางปวรวรรณ กล่าวสำหรับภาพธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคารในปีนี้ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาทางการเมือง ทำให้ขัดไทยไม่เชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ จึงชะลอการใช้จ่าย รวมถึงการนัดพบปะสังสรรค์ลดลง ซึ่งที่ผ่านมาสมาคมได้จัดเก็บสถิติพบว่าคนไทยใช้บริการร้านอาหารและภัตตาคาร เฉลี่ย 3 ครั้ง/สัปดาห์ แบ่งเป็น สังสรรค์กับเพื่อนสัปดาห์ 2 ครั้ง ครอบครัวสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ปัจจุบันเฉลี่ยใช้บริการสัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่านั้น ทำให้ยอดขายรวมปีนี้ลดลงราว 30% เทียบจากมูลค่าการตลาด 3 หมื่นล้านบาท/ปี
นางปวรวรรณ กล่าวว่า สมาคมฯได้ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการการปรับตัวของการบริการอาหารอันเนื่องจากการเปิดเสรีภายใต้กรอบการตกลงการค้าทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น โดยใช้งบประมาณการสนับสนุนจำนวน 8 ล้านบาท ผู้ประกอบการร้านอาหารที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ปรับปรุงหน้าร้าน การบริหารจัดการ สูตรอาหารให้ได้ตามมาตรฐานที่โครงการตั้งไว้ ทำให้ผู้ประกอบการมียอดขายเพิ่มขึ้น 2030% ซึ่งขณะนี้มีอาหารร้านต้นแบบจำนวน 4 ประเภท ได้แก่ ร้านส้มตำไก่ย่าง ผัดไท ข้าวแกง และก๋วยเตี๋ยว ได้มาตรฐานทั้งหมด 46 ร้านทั่วประเทศ โดยในปีหน้าตั้งเป้าผลักดันให้มีร้านที่ได้รับมาตรฐานโครงการ จำนวน 200300 ร้านค้า
ทั้งนี้โครงการดังกล่าว จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการให้ปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ รสชาติอาหาร ฯลฯ รองรับการเปิดเสรีทางการค้าภาคการบริการ (อาฟฟต้า) ในปี 2558 ซึ่งโครงการนี้มีแผนต่อยอดร่วมกับบริษัทอิอน ประเทสญี่ปุ่น นำร้านอาหารต้นแบบใน 4 ประเภทไปเปิดตลาดที่ญี่ปุ่นประมาณปลายปี 2554 ด้วย







