
การเมืองวุ่นทำโอบองแปงพลาดเป้า
โพสต์ทูเดย์
— โอ บอง แปง โอดการเมืองทำพิษ ฉุดยอดขายรวมปี 2553 พลาดเป้า แต่มั่นใจผู้บริโภคไทยกำลังซื้อดี ปีหน้าสั่งลุย 3 สาขาใหม่นายนาดิม ชาเวียร์ ชาลฮานี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอบีพี คาเฟ่ ประเทศไทย ผู้บริหารร้านเบเกอรี คาเฟ่
“โอ บอง แปง” เปิดเผยว่า ภาพรวมยอดขายของ โอ บอง แปง ทั้งปีนี้เติบโตเพียง 8% จากเป้าที่ตั้งไว้ 10% โดยมียอดขายอยู่ที่ 450 ล้านบาท เนื่องจากความรุนแรงในช่วงเดือน เม.ย.พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ 45 สาขาในบริเวณใกล้เคียงต้องปิดให้บริการไปเกือบ 2 เดือนขณะที่ภาพรวมธุรกิจเบเกอรี คาเฟ่ ในปีนี้เติบโตไม่น้อยกว่า 15% จากการที่ผู้บริโภคหันมาดื่มกาแฟและบริโภคเบเกอรีเพิ่มขึ้น ซึ่งหากไม่มีปัจจัยทางการเมือง เชื่อว่า โอ บอง แปง จะเติบโตได้ถึง 12% เพราะในไตรมาสแรกของปีเติบโตมากถึง 1213% และหลังจากการเมืองสงบลง ยอดขายก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นว่ากำลังซื้อของคนไทยยังดีอยู่ และทำให้บริษัทมั่นใจที่จะลงทุนต่อเนื่อง
สำหรับปีหน้าตั้งเป้าจะเปิดสาขาใหม่อีก 3 สาขา ใช้งบลงทุนสาขาละ 46 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้ได้เปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 5 สาขา โดยปัจจุบัน โอ บอง แปง มีสาขา 41 สาขา แบ่งเป็นสาขาในกรุงเทพฯ 36 สาขา ภูเก็ต 2 สาขา และพัทยา 3 สาขา โดยสาขาที่มียอดขายเติบโตสูงถึง 1520% ส่วนใหญ่เป็นสาขาในโรงพยาบาลที่มี 11 สาขา
โดยสาขาที่ทำยอดขายดีที่สุด เติบโตสูงถึง 1520% เป็นสาขาในโรงพยาบาล ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 11 แห่ง เช่น บำรุงราษฎร์ กรุงเทพ สมิติเวช วิชัยยุทธ เป็นต้น เพราะกลุ่มลูกค้าในโรงพยาบาลจะให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ หลายเมนูของโอ บอง แปงจึงสอดรับกับความต้องการของลูกค้าในช่องทางดังกล่าว
ส่วนสาขาสแตนด์อะโลน และสาขาในศูนย์การค้า หลังจากที่โอ บอง แปงได้เพิ่มเมนูชูว์ ครีม ราคาเริ่มต้น 39 บาท และเมนูกาแฟ เริ่มต้น 4555 บาท ซึ่งเป็นราคาเริ่มต้นที่ลดลงจากเดิมมาก ตั้งแต่เมื่อปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปีนี้สัดส่วนลูกค้าคนไทยเพิ่มเป็น 60% และต่างชาติ 40% จากเดิมลูกค้าคนไทยจะมีสัดส่วนเพียง 50% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่จะขยายฐานลูกค้าคนไทย
ทั้งนี้ พฤติกรรมในการรับประทานเบเกอรี่ของลูกค้าคนไทยกับต่างชาติมีความแตกต่างกัน โดยกลุ่มลูกค้าต่างชาติจะรับประทานเป็นอาหารเช้าและมื้อเที่ยง ส่วนลูกค้าคนไทยจะเน้นทานเป็นอาหารว่าง จึงต้องรักษาความสมดุลของกลุ่มลูกค้าไว้ตามสัดส่วนดังกล่าว โดยปัจจุบันยอดขายหลักมาจากมื้อเที่ยง 33% หลังมื้อเที่ยง 28% มื้อเช้า 27% และมื้อเย็นหรือค่ำ 12%
ด้านกลยุทธ์การตลาดในการกระตุ้นยอดขายช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ได้เปิดตัว ฮอลิเดย์ กิฟต์ เซต หรือชุดของขวัญ เพื่อเจาะกลุ่มคนไทยให้ซื้อเป็นของขวัญหรือของฝากในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่







