
สหกรณ์ตุนหมื่นล้าน สกัดแบงก์ฉกลูกค้า
โพสต์ทูเดย์
— ชุมนุมสหกรณ์ร่วมวงแข่งชิงเค้กเงินฝากกับแบงก์พาณิชย์ ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน ตุนปล่อยกู้สหกรณ์ออมทรัพย์นายเฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ประธานชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ จะระดมออกตั๋วสัญญาใช้เงินและเงินฝากประจำ รุ่นออมทรัพย์รับปีใหม่ ล็อตแรก 5,000 ล้านบาท เสนออัตราดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ เพื่อจะรักษาฐานเงินฝาก โดยตั้งเป้าระดมให้ได้ถึง 1 หมื่นล้านบาท
เนื่องจากขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ มีการแข่งขันระดมเงินฝาก และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเริ่มที่จะขยับขึ้น หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับดอกเบี้ย จาก 1.75% ขึ้นเป็น 2%
นายเฉลิมพล กล่าวว่า การระดมเงินครั้งนี้เพื่อเตรียมเงินให้กับสมาชิก สหกรณ์ออมทรัพย์กู้ในต้นปีหน้า ซึ่งจะเป็นช่วงที่สหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ จะต้องจัดเตรียมสภาพคล่องเพื่อจ่ายเงินปันผลคืนสมาชิกโดยตั๋วสัญญาใช้เงินวงเงินฝาก 19.9 ล้านบาท ระยะเวลา 6 เดือน จ่ายดอกเบี้ย 2.25% ระยะเวลาฝาก 12 เดือน ดอกเบี้ย 2.5% ระยะเวลาฝาก 24 เดือน ดอกเบี้ย 3% สำหรับวงเงิน 10 ล้านบาทขึ้นไป ระยะเวลาฝาก 6 เดือน จ่ายดอกเบี้ย 2.5% ระยะเวลาฝาก 12 เดือน จ่ายดอกเบี้ย 2.75% และระยะฝาก 24 เดือน 3.25%สำหรับเงื่อนไขการชำระดอกเบี้ยตั๋วสัญญาใช้เงินและเงินฝากประจำประเภท 6 เดือนและ 12 เดือน ชำระดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนด ตั๋วสัญญาใช้เงินและเงินฝากประจำประเภท 24 เดือน ชำระดอกเบี้ยทุกเดือน ตลอดอายุการฝาก
ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยตั๋วสัญญาใช้เงินของชสอ.จะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ 0.49 1.6% โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์เฉลี 6เดือนเฉลี่ยอยู่ที่0.91.8% เงินฝาก ระยะเวลา 12 เดือน อัตราดอกเบี้ย 12%และระยะเวลาฝาก 24 เดือนอัตราดอกเบี้ย 1.52.75 %
พร้อมขยายเวลาโครงการสินเชื่อ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งได้จัดสรรเงินกู้ 1,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำ 3% ระยะเวลา 24 เดือน ปลอดเงินต้น 6 เดือนแรกออกไปถึงเดือน ธ.ค. เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์นำปล่อยกู้ให้กับสมาชิกรายย่อยใช้ในการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และหรือจัดซื้อเครื่องนุ่งห่ม เครื่องอุปโภคบริโภค ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ให้กู้รายละไม่เกิน 1 แสนบาท คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3.25% ซึ่งขณะนี้ได้ขยายระยะเวลาการยื่นขอสินเชื่อได้สิ้นเดือนธ.ค.นี้ เพื่อให้สหกรณ์ที่ประสบภัยจากภาคใต้รวบรวมความเสียหายของสมาชิก และคาดว่าจะมีสมาชิกมาขอกู้ใช้เงินวงเงินเต็ม1,000 ล้านบาท ซึ่งหากมีความต้องการมาก็จะพิจารณาเพิ่มวงเงินให้







