
เข็นงบ5.3หมื่นล. ไม่เร่งใช้นายกฯริบ
โพสต์ทูเดย์
— นายกฯ ขู่ส่วนราชการเร่งแปลงงบเหลื่อมปีกว่า 5.3 หมื่นล้านบาท ออกมาช่วยนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล หากทำไม่ทัน 8 ธ.ค.นี้จะริบเข้ากองกลางทันทีนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงบประมาณได้รายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องความคืบหน้าการใช้จ่ายงบประมาณหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทุกหน่วยงานเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของการเบิกงบเหลื่อมปีที่มีอยู่จำนวน 5.3 หมื่นล้านบาท โดยให้ปรับใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลเรื่องการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ
ทั้งนี้ สำนักงบประมาณ รายงานว่า ขณะนี้มีหน่วยงานราชการที่ยอมปรับเปลี่ยนแปลงงบประมาณมีจำนวนน้อยมาก มีเพียงกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้นที่เสนอรายการปรับเปลี่ยนงบประมาณเพื่อใช้ในโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล รวมทั้งได้แจ้งว่า วันที่ 8 ธ.ค.นี้ จะถือเป็นวันสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงงบประมาณเหลื่อมปีให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
นายกรัฐมนตรีจึงกำชับต่อรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการในที่ประชุม ครม. ว่า ถ้าถึงวันที่ 8 ธ.ค.นี้แล้ว ยังไม่มีหน่วยงานไหนเสนอเรื่องเปลี่ยนแปลงงบประมาณเข้ามาใหม่ ก็เป็นไปได้ว่าจะมอบหมายให้สำนักงบประมาณปิดงบเหลื่อมปีส่วนนี้เข้าเป็นงบกองกลาง เพื่อนำไปใช้ในภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลต่อไป และอาจจะไม่พิจารณาจัดสรรงบเพิ่มเติมให้กับหน่วยงานดังกล่าวอีก
“
นายกฯ กำชับเสียงดังฟังชัดว่า หลังวันที่ 8 ธ.ค. ถ้าหน่วยงานไหนไม่เสนอเรื่องปรับเปลี่ยนงบเข้ามาก็จะให้ริบงบดังกล่าวเข้ากองกลาง และอาจจะไม่จัดสรรงบเพิ่มเติมให้อีก” นายวัชระ กล่าวนอกจากนี้ ทางสำนักงบประมาณแจ้งอีกว่า เท่าที่ไปตรวจสอบดูข้อมูลเพิ่มเติมพบว่าอาจจะมีงบเหลื่อมปีเพิ่มถึง 5.6 หมื่นล้านบาท ที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้ในภารกิจเร่งด่วน
สำนักงบประมาณยังได้รายงานเรื่องผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีส่วนต่างหรือเงินส่วนเกินที่รัฐบาลสามารถนำไปใช้ในโครงการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล หรือโครงการที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้อีก 5,834 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อการฟื้นฟูประเทศ







